มีนาคม 1, 2021

payoncebiz.com

แหล่งรวมเนื้อหาสาระ และ ความบันเทิง

The Lion King Musical

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เมื่อมีข่าวว่า The Lion King Musical จะมาจัดการแสดง ที่ประเทศไทย หลายคนก็คง ตั้งตารอคอย เพราะละครเวทีเรื่องนี้ ได้รับการโปรโมต ว่าเป็นละครเวทีอันดับ 1 ของโลก ในปัจจุบัน ได้ทำรายได้ทั่วโลก เกือบพันล้านเหรียญสหรัฐฯ
The Lion King Musical

The Lion King Musical

The Lion King Musical ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เมื่อมีข่าวว่า The Lion King Musical จะมาจัดการแสดง ที่ประเทศไทย หลายคนก็คง ตั้งตารอคอย
เพราะละครเวทีเรื่องนี้ ได้รับการโปรโมต ว่าเป็นละครเวทีอันดับ 1 ของโลก ในปัจจุบัน ได้ทำรายได้ทั่วโลก เกือบพันล้านเหรียญสหรัฐฯ

หลังจากเปิดทำการ แสดงมาตั้งแต่ 15 ตุลาคม ค.ศ. 1997 หรือ 22 ปีก่อน หรืออีกทางหนึ่ง อาจพูดได้ว่า กลายเป็นสิ่งที่ทำเงิน ให้กับทางดิสนีย์ได้ ไม่แพ้หนังเลยทีเดียว นอกจากนี้ The Lion King ยังเป็นละครบรอดเวย์ ที่แสดงมายาวนาน เป็นอันดับสาม

เป็นรอง The Phantom of the Opera ที่ครองอันดับหนึ่ง และ Chicago ที่ตามมา ในอันดับสอง แม้ว่าเราจะคุ้นเคยกับ The Lion King ในเวอร์ชั่นอนิเมชั่น ของทางดิสนีย์เป็นอย่างดี แถมในปีนี้ยังมี The Lion King ในเวอร์ชั่นที่เป็น Live Action ให้เราดู

แต่ The Lion King ในเวอร์ชั่นละครเวที ที่กำกับโดย จูลี่ เทย์มอร์ (Julie Taymor) ก็ได้ให้ประสบการณ์ ที่แตกต่างออกไป จากฉากเปิดตัวด้วย Circle of Life และเสียงร้อง อันทรงพลังของ Ntsepa Pitieng ที่แสดงเป็น ‘ราฟิกิ’ ก็ชวนทำให้รู้สึกขนลุกไ ปกับความอลังการ ที่มาพร้อมฉาก

The Lion King Musical

และเหล่าบรรดาสัตว์ต่างๆ ที่ค่อยๆ เรียงเท้าเข้ามา จากทางเดิน ในโรงละคร ชวนให้ตื่นต้าตื่นใจ และให้เห็น นักแสดงกันอย่างใกล้ชิด ดนตรีที่ใช้ใน การแสดงในละครเวทีแห่งนี้ ก็เป็นการออกแบบ ระหว่างเครื่องดนตรีท้องถื่น ของแอฟริกาผสมผสาน เข้ากับดนตรีร่วมสมัย ของทางตะวันตก

ซึ่งเป็นไปอย่างลงตัว และชวนให้เพลิดเพลิน ไปอีกแบบ โดยมีไวทยากร ในครั้งนี้เป็น Andy Massey การออกแบบเสื้อผ้า ของแต่ละตัวละคร ก็ชวนให้สนใจ วิธีการสร้างให้ออกมาสวยงาม และมีลูกเล่นมากมาย ซึ่งการออกแบบเหล่านี้ ทางทีมงานได้เน้นไปที่ การใช้ของจากธรรมชาติ

เพื่อให้เข้ากับความเป็น ทุ่งหญ้าแห่งสะวันนา ตามเนื้อเรื่อง พยายามรักษาความเป็นธรรมชาติ และต้องการแสดงให้เห็น Circle of Life ที่เป็นธีมหลักของเรื่อง The Lion King เข้าไว้ด้วยกัน แม้ว่าเมื่อตอนที่แสดง เราจะไม่ได้เห็นรายละเอียด ของเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย แต่จริงๆ แล้ว การออกแบบนี้

ต้องใช้ความละเอียด และปราณีตไม่น้อย เพื่อให้เครื่องแต่งกาย ออกมาฟังก์ชั่น สวยงาม และเคลื่อนไหว ได้ดีที่สุด อย่างเช่นหน้ากาก ของมูฟาซาและสการ์ ที่เราได้เห็นกันนั้น มีน้ำหนักเพียงกล้วยลูกเดียว เครื่องแต่งกายในละครเวทีนี้ ยังมีความสำคัญตรงที่ ไม่ได้ทำมาเพื่อตัวละคร ที่มีชีวิตเท่านั้น

แต่ยังรวมไปถึง การเป็นส่วนหนึ่งของฉาก เป็นต้นไม้ เป็นทุ่งหญ้า ซึ่งทั้งหมดนี้ ทำงานร่วมกันจนเกิด เป็นละครเวทีที่มีความยิ่งใหญ่ ด้าน Production จนน่าประทับใจ ซึ่งการสร้างหุ่นเชิด และหน้ากากในการแสดง ใช้เวลามากถึง 37,000 ชั่วโมง เลยทีเดียว รวมไปถึง การสร้างฉากสีสัน

ของท้องฟ้าที่ดูสมจริง และสวยงาม การไล่ระดับสี ไม่ว่าจะเป็นท้องฟ้า ยามเช้า ยามเย็น หรือค่ำคืน ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดง ให้เห็นความเป็นสะวันนา ได้อย่างดี ฉากเหล่านี้ ก็ยิ่งทำให้งานแสดงดู น่าตื่นตาตื่นใจ มากขึ้นไปอีก เรื่องราวดำเนินไปอย่างที่หลายคนก็น่าจะจำได้ขึ้นใจ ไม่ว่าจะเป็นความดื้อรั้นของซิมบ้าที่ไปถึงสุสานช้าง

หรือฉากที่ยังคงเศร้าเสมออย่างการตายของมูฟาซา (แสดงโดย Mthokozisi Emkay Khanyile) จนกระทั่งซิมบ้าที่ถูกสการ์ (แสดงโดย Antony Lawrence)ไล่ออกจากผาทรนง แม้เรื่องเล่าจะยังคงเดิม แต่ด้วยฉากที่อลังการและมีลูกเล่นชวนให้ตื่นตาตื่นใจ จึงไม่ได้รู้สึกเป็นการดูหนังซ้ำแต่อย่างไร 

อ่านเรื่องอื่น : วัฒนธรรมการเสพซีรีส์ Y ในจีน

แทงบอล
บาคาร่า
PG SLOT

You may have missed

1 min read
1 min read
1 min read