มกราคม 23, 2021

payoncebiz.com

แหล่งรวมเนื้อหาสาระ และ ความบันเทิง

Stranger Things

Stranger Things

เมื่อคนที่คุณรักกำลังเปลี่ยนแปลงไป คุณจะปล่อยให้เขาเดิน ตามทางของตัวเอง หรือถนอมเขาเอาไว้ ในพื้นที่ปลอดภัยเหมือนเดิม? โจทย์นี้น่าจะเกิดขึ้น กับพ่อแม่ หรือผู้ปกครองหลายๆ ในวันที่เด็กเล็กๆ ที่เราอุ้มชูดูแลกันมา ตั้งแต่พวกเขายังตัวน้อยๆ กำลังเติบใหญ่ขึ้น
Stranger Things
Stranger Things

จดหมายจากพ่อถึงลูกในซีรีส์ Stranger Things

จดหมายจากพ่อถึงลูกในซีรีส์ Stranger Things เมื่อคนที่คุณรักกำลังเปลี่ยนแปลงไป คุณจะปล่อยให้เขาเดิน ตามทางของตัวเอง หรือถนอมเขาเอาไว้ ในพื้นที่ปลอดภัยเหมือนเดิม? โจทย์นี้น่าจะเกิดขึ้น กับพ่อแม่ หรือผู้ปกครองหลายๆ ในวันที่เด็กเล็กๆ ที่เราอุ้มชูดูแลกันมา ตั้งแต่พวกเขายังตัวน้อยๆ กำลังเติบใหญ่ขึ้น

และเริ่มที่จะออกไปสู่ โลกภายนอกมากขึ้น—โลกที่อาจจะอยู่นอกเหนือสายตา และความสบายใจของพ่อแม่ เรื่องราวทำนองนี้ ก็เกิดขึ้นกับตัวละครในซีรีส์Stranger Things ด้วยเหมือนกัน แถมยังฉายภาพให้เราเห็น ได้ชัดขึ้นมาในเรื่องราวซีซั่นที่ 3 ซึ่งเพิ่งฉายลงใน Netflix แม้ซีรีส์ Stranger Things จะมีเส้นเรื่องหลัก เป็นเรื่องราวของกลุ่มเด็กวัยรุ่น ที่ต้องรวมพลังกันต่อสู้ กับเหล่าสัตว์ประหลาด อสูรกาย

หากแต่เรื่องราวความสัมพันธ์ ระหว่างเด็กๆ กับผู้ใหญ่ในเรื่อง ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่าง ฮอปเปอร์ กับแอล (Eleven) ที่จริงอยู่ว่าไม่ได้เป็นพ่อลูกกันโดยกำเนิด
แต่เป็นพ่อลูกกัน ผ่านการเลี้ยงดูมากกว่า (เหมือนคำพูดที่ฝรั่งชอบใช้ว่า Not nature but nurture)
ในซีซั่นนี้เราเห็น การเติบโตของแอลขึ้นจากเด็กเล็กๆ ไปสู่ชีวิตวัยรุ่น อย่างชัดเจนตั้งแต่ Episode แรก

ซีรีส์พาเราไปเห็น ภาพความสัมพันธ์ ที่แอลกับไมค์ ตกลงคบกันเป็น ‘แฟน’ อย่างเป็นทางการ และก็ตัวติดกันแบบสุดๆ
แต่ถึงอย่างนั้นหลายๆ โมเมนต์ก็ต้องอยู่ภายใต้ สายตาผ่านช่องว่าง 3 นิ้วที่ประตูของฮอปเปอร์ ด้วยเหมือนกัน ประเด็นที่น่าสนใจคือ ฮอปเปอร์เองก็ไม่ได้เอนจอย หรือสบายใจมากนัก กับการที่ทั้งสองคน ตัวติดกันมากจนเกินไป

Stranger Things

เราได้เห็นความกระอักกระอ่วน ที่ฮอปเปอร์มีอยู่หลายๆ ครั้งในช่วงแรกของซีซั่น ฮอปเปอร์หยิบความรู้สึกอึดอัด ไปบอกเล่าให้กับจอยซ์ฟัง จอยซ์แนะนำให้ฮอปเปอร์ หาวิธีพูดกับเด็กทั้งคู่ โดยให้ร่างเป็นจดหมาย เพื่อฝึกซ้อมกับตัวเองก่อน (ซึ่งสุดท้ายแล้ว ฮอปเปอร์ ก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้ กับทั้งแอลและไมค์) ใน Episode สุดท้าย เราได้เห็นว่าฮอปเปอร์ ได้เขียนอะไรลงไป ในกระดาษบ้าง

ซึ่งก็ดูเหมือนเขา จะไม่ค่อยอยากจะพูด ตามนั้นสักเท่าไหร่ ก่อนจะนั่งลงบนโต๊ะ แล้วเขียนข้อความขึ้นมาใหม่แทน คำพูดที่ฮอปเปอร์ตั้งใจ อยากจะบอกแอลและไมค์ คือ “ความจริงก็คือ นานมาแล้วฉันลืมไปแล้ วว่ามันคืออะไร ฉันติดอยู่ ณ จุดๆ หนึ่ง จะเรียกว่าถ้ำก็ได้ ถ้ำลึกและมืดมิด แล้วฉันก็ทิ้งเอกโก้ไว้ในป่า แล้วเธอก็เข้ามา ในชีวิตของฉัน

และเป็นครั้งแรก ในเวลานานแสนนาน ฉันเริ่มรู้สึกอะไรบางอย่างอีกครั้ง ฉันมีความสุขอีกครั้ง “แต่หลังๆ ฉันเริ่มรู้สึกห่างเหินจากเธอ เหมือนกับเหมือนเธอถูกดึงไปจากฉัน
หรืออะไรสักอย่าง ฉันคิดถึงการเล่นบอร์ดเกมทุกคืน ทำเอกโก้สามชั้นตอนพระอาทิตย์ขึ้น ดูหนังคาวบอยด้วยกัน
ก่อนเราจะหลับไป แต่ฉันรู้ว่าเธอ กำลังโตขึ้น เติบโตขึ้น เปลี่ยนไป และฉันเดาว่า ถ้าฉันพูดอย่างจริงใจ

นั่นคือสิ่งที่ทำให้ฉันกลัว ฉันไม่อยากให้อะไรเปลี่ยน บางทีนั่นคือเหตุผล ที่ฉันเข้ามาที่นี่ เพื่อพยายามที่จะหยุด การเปลี่ยนแปลงนั้น เพื่อย้อนเวลากลับไป เพื่อให้ทุกอย่างกลับไปเหมือนเดิม
แต่ฉันรู้ว่ามันไร้เดียงสาเกินไป “ชีวิตเราไม่ได้เป็นแบบนั้น ชีวิตเปลี่ยนไปเสมอ เปลี่ยนแปลงตลอด ไม่ว่าเธอจะชอบหรือไม่ ใช่บางครั้งมันก็เจ็บปวด บางครั้งก็เศร้า และบางครั้ง มันก็น่าประหลาดใจ มีความสุข “รู้อะไรไหม โตต่อไปอย่าหยุดนะยัยหนู

อย่าให้ฉันหยุดเธอ ลองทำอะไรผิดพลาด เรียนรู้จากมัน แล้วเมื่อเจ็บปวด จากชีวิตเพราะมันจะเป็นแบบนั้น จำความเจ็บปวดเอาไว้ ความเจ็บปวดเป็นเรื่องดี
นั่นหมายความว่า เธอออกจากถ้ำนั้นแล้ว แต่ขอเลยนะ ถ้าเธอไม่ว่าอะไร เห็นแก่พ่อแก่ๆ คนนี้หน่อย
แง้มประตูเอาไว้สามนิ้ว” ความรู้สึกที่ฮอปเปอร์ อธิบายออกมาตรงๆ ผ่านข้อความในกระดาษ

คือจริงใจที่สุดแล้ว ที่เราได้ยินจาก ผู้ชายร่างใหญ่คนนี้
มันคือ ‘ความกลัว’ ที่ลูกสาวของเขา กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป และถ้ามองกัน ในโลกของความจริง
เราก็มักจะได้ยิน ‘ความกลัว’ ทำนองนี้จากปาก ของผู้ปกครองหลายๆ คนด้วยแทบไม่ต่างกัน เมื่อความกลัวเกิดขึ้น พ่อแม่หลายคนในอดีต มักเลือกที่จะขีดเส้น หรือขอบเขตเอาไว้อย่างชัดเจน

เพื่อเฝ้าดูไม่ให้ลูกๆ ของพวกเขา ต้องออกไปเจอกับอันตราย หรือได้บาดแผลอะไรสักอย่างกลับไป (แบบเดียวกับที่ฮอปเปอร์ เคยอยากให้แอล อยู่ในสายตา และการควบคุมตลอดเวลา)
ถึงอย่างนั้น พ่อแม่อีกจำนวนไม่น้อยก็เลือกวิธีที่ต่างออกไป พูดให้ชัดคือ หลายครอบครัวเลือกที่จะควบคุมให้น้อยลง เมื่อรู้ว่าลูกกำลังเติบโตขึ้นและเริ่มเข้าสู่วัยที่ต้องการเข้าใจโลกใบนี้มากขึ้นกว่าเดิม

อ่านเรื่องอื่น : ผู้นำที่ดีในซีรีส์ Designated Survivor 60 Days

สนับสนุนโดย Joker Slot , Sa game ,
 Sexy Game ,Joker Game , 
UFABET 72 , Esport , Sa gaming ,
 Sexy gaming , Sa gaming , 
joker gaming , Joker slot ,
 Slot game , Joker slot ,
Joker slot, Slot Game