มกราคม 23, 2021

payoncebiz.com

แหล่งรวมเนื้อหาสาระ และ ความบันเทิง

Spider-man Far From Home

ตั้งแต่ Avenger : Endgame เป็นต้นมา คิดว่าหลายคน ก็อาจจะคอยดูว่ามาร์เวล จะจัดการกับการเล่าเรื่องราว ของซูเปอร์ฮีโร่ยังไงต่อไป จะสามารถปั้นตัวละคร หรือเขียนบท ให้คนอินได้มากน้อยแค่ไหน
Spider-man Far From Home

Spider-man Far From Home

Spider-man Far From Home ตั้งแต่ Avenger : Endgame เป็นต้นมา คิดว่าหลายคน
ก็อาจจะคอยดูว่ามาร์เวล จะจัดการกับการเล่าเรื่องราว ของซูเปอร์ฮีโร่ยังไงต่อไป จะสามารถปั้นตัวละคร หรือเขียนบท ให้คนอินได้มากน้อยแค่ไหน

ซึ่งก็แอบรู้สึกว่า Spiderman : Far From Home เอาอยู่ในการเป็นตัวปิดเฟส 3
และการปูทางไปสู่หนัง ของมาร์เวลในอนาคต เรื่องราวคร่าวๆ ของสไปเดอร์แมน
ในภาคนี้คือ เหตุการณ์หลังจากโลก ผ่านพ้นภัย จากการดีดนิ้ว ของธานอส
ซึ่งแลกมาด้วย การสูญเสียหรือแยกย้ายกัน ไปของทีม Avengers รุ่นแรก

ทั้ง Captain America, Blackwidow, Thor, Hulk, Hawkeye และที่สำคัญคือ Iron Man ซึ่งในตอนจบของ Avenger : End Game หลายคนก็น่าจะรู้ ว่าเกิดอะไรขึ้น เรารู้จัก ปีเตอร์ พาร์กเกอร์ กันพอสมควรจาก Spider-man  : Homecoming และในภาคใหม่นี้ ก็ยังคงได้เห็นความสดใส ไฮสคูล และความน่ารักของ ทอม ฮอลแลนด์ เช่นเดิม

แต่ในภาคนี้ อาจจะเรียกได้ว่า เป็นหนัง coming of age
ของปีเตอร์ พาร์กเกอร์ไปอีกขั้น หลังจากสูญเสีย พ่อทูลหัวประจำตัวอย่างโทนี่ สตาร์ก ไป
แม้ในหนังช่วงแรกๆ เราจะเห็นความสดใส ของปีเตอร์ที่แสดงออกมา แต่ลึกๆ แล้ว หลังจากเขาถูกคาดหวัง ให้เป็นผู้รับบท Iron Man คนต่อไป ทั้งความเสียใจ ความกดดัน

Spider-man Far From Home

และความผิดหวังในตัวเอง ก็ประเดประดัง ทำให้ปีเตอร์รู้สึกเสียศูนย์ และตั้งคำถาม กับการรับหน้าที่เป็นฮีโร่ ความอ่อนแอของปีเตอร์ พาร์กเกอร์ในภาคนี้ จึงนำมาสู่หายนะอีกครั้ง
ซึ่งในตอนท้าย ไม่ต้องเดามากมาย ก็พอจะรู้ว่า ปีเตอร์จะปรับตัว เข้ากับภาระหน้าที่
ที่ได้รับมาได้ เป็นการจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง ประมาณหนึ่ง (จนกระทั้ง end credit ขึ้น)

แต่ในหนังเรื่องนี้ นอกจากความขัดแย้ง ระหว่างการเป็นฮีโร่ กับการเสียสละชีวิตส่วนตัวนั้น อีกประเด็นที่น่าสนใจ จะพูดถึงมาจากความคิด ของเควนติน เบ็ค
หรือที่หลายคนอาจจะติดชื่อ ‘มิสเทริโอ’ ของเขาไปแล้ว สิ่งหนึ่งที่เขามักย้ำอยู่เสมอ คือการที่เขาสามารถ ‘สร้าง’ ความจริงได้

(ความจริงในที่นี้ คือ truth ไม่ใช่ fact ที่หมายถึงข้อเท็จจริง) ในยุคที่ธานอส หรือชาวต่างดาว เข้ามาบุกโลกเป็นว่าเล่น
ทำให้มนุษย์นั้น เชื่อว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ และไม่ว่าใคร ก็เป็นซูเปอร์ฮีโร่ได้
ด้วยพลังพิเศษ และผ้าคลุม ซึ่งถ้าเทียบกับโลกของเรา ตอนนี้มันก็คงไม่ค่อยต่างมากนัก เควนติน เบ็ค
คือหนึ่งในคน ที่เคยทำงานให้โทนี่ สตาร์ก และต้องเจ็บช้ำน้ำใจ จากการทำงานรวมกับโทนี่

เขาผูกแค้นฝังใจเจ็บ และหลังจากโลกสูญเสีย โทนี่ไป
เขาก็คิดจะวางแผนเป็น Iron Man คนต่อไปเพื่อเอาชนะโทนี่ โดยผลงานที่เควนติน เป็นคนสร้างขึ้นก็คือ
เทคโนโลยีโฮโลแกรม ที่ช่วยสร้างภาพเสมือนจริง ที่ทำได้เหมือนเป็นเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นจริง
ผ่านการใช้นวัตกรรม Binarily Augmented Retro-Framing หรือ B.A.R.F. ที่คิดค้นโดยเบ็คเอง

และหากจำกันได้ใน Captain America : Civil War
โทนี่เอาเทคโนโลยีนี้ มานำเสนอให้เด็กๆ ในสถาบัน MIT ดู และบอกว่าเขาใช้ เพื่อบำบัดตัวเอง
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ได้ต่อยอดไปสู่สิ่งใดต่อ จนกระทั่งในหนังของสไปดี้ ภาคนี้ เบ็คเอาเครื่องมือ ที่เขาคิดค้นมาผสานเข้า กับการสร้าง ‘เรื่องเล่า’

ที่ทีมงานหลากหลายคน ช่วยกันทำให้สมจริง จนกลายเป็นสุดยอด นวัตกรรมที่นำหายนะ มาสู่ปีเตอร์ พาร์กเกอร์ และเพื่อนๆ ของเขา

อ่านเรื่องอื่น : The Little Mermaid แอเรียลผิวสี

สนับสนุนโดย Joker Slot , Sa game ,
 Sexy Game ,Joker Game , 
UFABET 72 , Esport , Sa gaming ,
 Sexy gaming , Sa gaming , 
joker gaming , Joker slot ,
 Slot game , Joker slot ,
Joker slot, Slot Game