พฤษภาคม 11, 2021

payoncebiz.com

แหล่งรวมเนื้อหาสาระ และ ความบันเทิง

Love Alarm

Love Alarm

ความรักนั้นไร้เหตุผลและควบคุมไม่ได้ เราไม่สามารถเลือก ที่จะรักหรือไม่รักใครบางคน และเมื่อเรารู้สึกรักไปแล้ว ก็ไม่มีปุ่มให้เรากด หยุดความรู้สึกที่มีได้ เราไม่สามารถหนี จากความรู้สึกนั้น
Love Alarm

Love Alarm ความรักวัดกันด้วยอัลกอริทึ่ม

Love Alarm ความรักวัดกันด้วยอัลกอริทึ่ม ความรักนั้นไร้เหตุผลและควบคุมไม่ได้ เราไม่สามารถเลือก ที่จะรักหรือไม่รักใครบางคน และเมื่อเรารู้สึกรักไปแล้ว ก็ไม่มีปุ่มให้เรากด หยุดความรู้สึกที่มีได้ เราไม่สามารถหนี จากความรู้สึกนั้น

แต่หลายครั้ง.. เราต้องเลือกเก็บความรักนั้น ไว้ด้วยเหตุผล และเงื่อนไขต่างๆ แต่จะเป็นอย่างไร ถ้าแม้แต่การจะเก็บ ความรู้สึกนั้นไว้ ..ยังทำไม่ได้ ‘Love Alarm’ ซีรีส์เกาหลีที่ Netflix เพิ่งปล่อยซีซั่น 2 ให้ดูกันเมื่อไม่กี่วันมานี้ เป็นเรื่องราวของโลก ที่ความรู้สึก ที่ไม่อาจแอบซ่อนได้ สำหรับใครที่ยังไม่เคยดูมาก่อน

นี่เป็นซีรีส์ที่สร้างจากการ์ตูน ยอดฮิตบนเว็บตูน บอกเล่าเรื่อง ของแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟน ที่สามารถจับความรู้สึก โดยจะแสดงผล แจ้งเตือนเมื่อมีคนชอบเรา อยู่ในระยะ 10 เมตร (ยกเว้นว่าเรา จะไม่โหลดแอพฯ มาใช้ แต่ก็จะเสียโอกาส รู้ว่าใครชอบเราไปเหมือนกัน) เรื่องส่วนใหญ่โฟกัส อยู่ที่รักสามเส้าของเหล่าตัวเอก

แต่ภายใต้พล็อตรักวัยรุ่น ม.ปลาย ซีรีส์เรื่องนี้ ยังสะท้อนให้เราเห็น ‘ดิสโทเปียของความรัก’ จนมีนักวิจารณ์หลายคน ถึงกับบอกว่า นี่คือซีรีส์ที่มีส่วนผสมระหว่าง Black Mirror กับ Means Girl / Gossip Girl

Are you in love with algorithms?

ในเรื่องนี้ แอพฯ Love Alarm กลายเป็นเครื่องมือสำคัญ ในการกำหนดความเป็นไปของความรัก จากปกติที่เราต้องมานั่งลุ้น เวลาแอบชอบใครสักคน ว่าเขาจะรู้ไหม? จะมีใจให้เราหรือเปล่า? ถ้าเราและเขาใช้แอพฯ ก็จะรู้ได้ทันทีเมื่ออยู่ใกล้กัน ในระยะ 10 เมตร แต่ประเด็น อยู่ที่ความรักไม่ใช่เรื่องสมหวังเสมอไป

บางทีเมื่อเดินมาใกล้กัน มีแค่แอพฯ ของฝ่ายเดียวเท่านั้น ที่ดังขึ้น กลายเป็นว่าแอพฯ ให้ทั้งความชัดเจน และความเจ็บปวด ในเวลาเดียวกัน แถมมันจะยิ่งเลวร้าย เข้าไปใหญ่ กับคู่รักคบกันแล้ววันนึง แอพฯ ของเราเลิกดังเมื่ออยู่ด้วยกัน นำไปสู่คำถามว่า เราไม่ได้รักกันแล้วหรือเปล่า? จริงอยู่ที่เทคโนโลยี อาจจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ในการตัดสินใจได้ ในหลายๆ เรื่อง

แต่ไม่ใช่กับเรื่องความรัก และความรู้สึกของมนุษย์ เป็นไปได้ว่า การเร่งรัดความชัดเจน อาจไม่ได้เป็นผลดี ต่อความสัมพันธ์และความรู้สึก แอพฯ ที่เปลือยความรู้สึกระหว่างกันจึงนำไปสู่ความขัดแย้ง ความอึดอัด และความวิตกกังวลของตัวละครในเรื่อง

เพราะผู้ใช้ยึดติดกับการใช้งานแอพฯ มากเกินไป จนหลงลืมไปว่ามันมีหน้าที่แค่แสดงผลตามอัลกอริธึมที่ติดตั้งไว้ แต่มันไม่ได้รับประกันความปลอดภัยในความรู้สึก ไม่อาจเข้าใจเงื่อนไขใดๆ ที่ซับซ้อนไปกว่านั้น รวมถึงไม่ใช่ผู้กำหนดความเป็นไปของความสัมพันธ์ และแน่นอนว่าเราทุกคนยังไม่อาจก้าวข้ามเรื่องของรูปร่างหน้าตาไปได้ แอพฯ อย่างLove Alarm

จึงกลายเป็นตัวเร่งให้ขีดของความนิยมไปสุดแกนในทุกด้าน ตัวละครที่ ‘น่าดึงดูด’ ก็จะมีเสียงแจ้งเตือนในแทบทุกก้าวที่เดินไปไหนมาไหน ขณะที่บางคนกลับไม่เคยได้ยินเสียงแจ้งเตือนเลยสักครั้งตั้งแต่โหลดแอพฯ มา ด้วยตัวเร่งที่ตอกย้ำถึงการให้คุณค่ากับรูปลักษณ์ และการเปลี่ยนความรักให้กลายเป็นการจัดประกวดความนิยมนี้

ในซีรีส์จึงมีเหตุการณ์อย่างการบูลลี่ตัวละครที่ไม่ได้รับคะแนนนิยม รวมถึงการฆ่าตัวตายหมู่ของกลุ่มคนที่ไม่เคยได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากแอพฯ เพราะเชื่อว่าไร้ซึ่งคนที่จะมารักพวกเขา และนำไปสู่การเคลื่อนไหวของกลุ่มนักกิจกรรมที่ออกมาทวงถามถึงมาตรฐานจริยธรรมในการสร้างเทคโนโลยีจากผู้พัฒนาแอพฯ พร้อมเตือนให้ประชาชนเลิกใช้แอพฯ นี้

จากหน้าจอ.. สู่โลกจริง

ถ้าเราลองกดเสิร์ชLove Alarm ใน App Store หรือ Google Play ก็จะพบว่ามีแอพฯ นี้อยู่จริงๆ แต่มันไม่ได้ใช้ฟังก์ชันได้จริงเหมือนในซีรีส์ (เพราะสร้างมาด้วยเหตุผลทางการตลาด) และตอนนี้ก็ยังไม่มีแอพฯ ที่ใช้เชื่อมต่อกับหัวใจและบอกความรู้สึกให้โลกรู้อยู่จริง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการจะสร้างแอพฯ

แบบนี้ดูจะไม่ใช่เรื่องยากในวันที่เทคโนโลยีก้าวกระโดดมาขนาดนี้อีกต่อไป (แม้ในซีรีส์จะไม่ได้ให้คำอธิบายถึงระบบการทำงานของแอพฯ ไว้อย่างชัดเจนนัก) เป็นไปได้ว่าเราอาจเห็นเทคโนโลยีอ่านใจอย่าง AlterEgo ของ MIT หรือ Neuralink ของ Elon Musk กระโดดเข้าสู่สนามธุรกิจหาคู่ออนไลน์

ที่มีมูลค่าพุ่งสูงถึง 4 พันล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา และมีผู้ให้บริการเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ วันนี้เราอาจจะยังไม่มีแอพฯ ที่แจ้งเตือนเมื่อมีคนชอบเราอยู่ในระยะ 10 เมตร แต่เรามีแอพฯ ที่หาความเชื่อมโยงระหว่างเรากับใครอีกคนได้อย่าง Tinder เรามีเว็บไซต์อย่าง eHarmony ที่ช่วยวิเคราะห์แชทและแนะนำเราได้ว่าเราควรมูฟต่อไปอย่างไร

กับความสัมพันธ์ครั้งนี้ เรามี AI ของ Loveflutter หรือ Badoo ที่ช่วยเราคิดว่าเราควรชวนเขาไปเดทที่ไหน หรือแม้แต่วิเคราะห์ใบหน้าว่าคนคนนี้น่าจะเป็นคนที่ชนะใจเราได้หรือเปล่า การมีแฟน VR ให้ซ้อมเดทเพื่อที่จะได้ไม่พลาดกับความรักในโลกจริง

อ่านเรื่องอื่น : Akira อนิเมชั่นไซเบอร์พังค์ในตำนาน

แทงบอล
บาคาร่า
PG SLOT