มีนาคม 1, 2021

payoncebiz.com

แหล่งรวมเนื้อหาสาระ และ ความบันเทิง

I Am Not Your Negro

เป็นสารคดี ที่พูดถึงประเด็น การมีอยู่ของคนผิวสี ในอเมริกา การถูกตัดและเมินเฉย ถึงการมีอยู่ของกลุ่มคน ชาวนิโกร ซึ่งหลายครั้ง ความรู้สึกเหล่านั้น ถูกเปลี่ยนไปเป็นความรุนแรง
 I Am Not Your Negro

เข้าใจคนผิวสีผ่านสารคดี I Am Not Your Negro

เข้าใจคนผิวสีผ่านสารคดี I Am Not Your Negro เป็นสารคดี ที่พูดถึงประเด็น การมีอยู่ของคนผิวสี ในอเมริกา
การถูกตัดและเมินเฉย ถึงการมีอยู่ของกลุ่มคน ชาวนิโกร ซึ่งหลายครั้ง ความรู้สึกเหล่านั้น ถูกเปลี่ยนไปเป็นความรุนแรง

นำมาซึ่งความสงสัยที่ว่า พวกเขามีตัวตน อยู่ส่วนไหนในความเป็นชาติ ของอเมริกา สารคดีนี้ได้นำเอาส่วนหนึ่ง ของจดหมาย
ที่ นักเขียนผิวสี นาม เจมส์ บอลด์วิน (James Baldwin)
เขียนถึงเอเจนซี่ ของเขาในปี ค.ศ. 1979 เพื่อบอกเล่า ถึงโปรเจกต์หนังสือ เล่มใหม่ชื่อ Remember This House

ซึ่งเขาต้องการจะเขียน เพื่อระลึกถึงเพื่อนทั้งสามคน ของเขาที่ถูกลอบสังหาร และในสามคนนั้น แน่นอนว่ามีบางชื่อ ที่หลายคนคงคุ้นเคยกันดี
นั่นคือ เมดการ์ อีเวอร์ส, มัลคอล์ม เอกซ์, และมาติน ลูเทอร์ คิง จูเนียร์ เจมส์ บอลด์วิน ได้ลาจากโลกนี้ไปเมื่อปี ค.ศ. 1987 และปล่อยให้หนังสือ Remember This House ของเขาถูกทิ้งร้าง

เหลือไว้เพียงร่าง ต้นฉบับเพียง 30 หน้า แต่อย่างไรก็ตาม ผู้กำกับสารคดี
อย่าง ราอูล เพ็ค (Raoul Peck) นั้น ไม่ต้องการให้ปณิธาน ของเจมส์สูญสลายหายไป
ราอูลจึงเลือก ที่จะสานต่อความตั้งใจนั้น แล้วถ่ายทอดมัน ออกมา
ในรูปแบบสารคดี โดยมีน้ำเสียง (voice over) ของ แซมูเอล เอล. แจ็คสัน นักแสดงผิวสี ชื่อดังระดับฮอลลีวู้ด คอยดำเนินเรื่อง

 I Am Not Your Negro

เมื่อหนี้สินถึงเวลาต้องจ่ายคืน

ทุกอย่างเริ่มต้น ที่จดหมายฉบับแรก น้ำเสียงอันโศกเศร้า ของแซมูเอลอ่านจดหมาย ที่เจมส์เขียนถึงเอเจนซี่ บอกเล่าถึงความรู้สึก เสียใจจากการเสียชีวิต ของเพื่อนรักของเขา เมดการ์ อีเวอร์ส ชายหนุ่มนิโกรนิสัยดี ที่ถูกผลักให้เป็นจำเลย ต่อภาวะแบ่งแยกสีผิว ในอเมริกา ในขณะนั้น เจมส์ยังใช้ชีวิต เป็นนักเขียน อยู่ในประเทสแถบยุโรป

เขาเลือกที่จะต่อต้าน ผิวการเหยียดผิว ผ่านงานเขียน และคอยสนับสนุน เพื่อนร่วมอุดมการณ์อยู่ห่างๆ
แต่ด้วยการจากไป ของเพื่อนรัก ทำให้เขารู้สึกเป็น ‘หนี้’ ภาระติดค้างที่เขา ไม่ได้ชำระจากการละทิ้ง
การต่อสู้เรื่องสีผิวร่วมกัน กับเพื่อนในดินแดนอเมริกาและไม่ได้มีแค่เขา เพียงคนเดียว ที่ต้องจ่าย
แต่ยังรวมไปถึง ชาวอเมริกันผิวขาว ที่ต้องชดใช้ ‘หนี้’ ในโศกนาฏกรรมครั้งนี้ด้วย

ความเกลียดชังไม่ใช่ปัญหา ที่สำคัญกว่าคือความเพิกเฉย

สารคดีนำเนินต่อ ในจุดที่เจมส์ เลือกกลับมายังอเมริกา เขาได้พบเจอกับ มัลคอล์ม เอกซ์ (Malcolm X) นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ของชาวอเมริกัน
มุสลิมผิวดำ แม้ทั้งสองจะอยู่ฝั่งเดียวกัน แต่พวกเขาแตกต่าง ในแนวคิด และวิธีการ มัลคอล์มมีแนวคิด ว่าการเฝ้ารอให้คนอเมริกัน ผิวขาวเปลี่ยนมุมมอง

ที่มีต่อคนดำนั้น ไม่มีทางเป็นไปได้ การจะต่อสู้ให้ชนะ ในศึกของหารเหยียดผิว คนดำไม่ควรนิ่งเฉย และต้องลุกขึ้นมา ทำอะไรบางอย่าง ให้คนผิวขาวตระหนักถึงเรื่องนี้
เจมส์เห็นต่างในเรื่องนี้ เขามองว่าคนดำ ไม่จำเป็นต้องต่อสู้เลย และสงคราม การเหยียดผิวนี้ จะไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ หากคนอเมริกันผิวขาว ตระหนักถึงการมีอยู่

และยอมรับความเป็นคน ของคนผิวสี สิ่งนี้ไม่ใช่แค่ลักษณะ ทางกายภาพของสีผิว ที่แสดงออกมาภายนอก ที่คนขาวต้องยอมรับ
แต่รวมถึงความคิดด้วย ที่ต้องเปลี่ยน ความ ‘ชิงชัง’ นิโกรในคนขาว ไม่ได้มีนัยสำคัญ มากเท่ากับการที่คนขาว ไม่เคยได้ ‘รับรู้’ เรื่องราวของคนดำ

เพราะชีวิตของทั้งสองฝั่ง ถูกแบ่งแยกกันชัดเจน สิ่งนี้ต่างหาก ที่เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหา แม้ทั้งสองคน จะมีความเห็นที่ต่างกัน แต่ทั้งคู่ ก็เคารพในความคิดเห็น ของกันและกัน และร่วมงานด้วยกันหลายครั้ง และเมื่อถูกฆาตกรรมของ มัลคอล์ม เอกซ์

ข่าวการจากไปครั้งนี้ได้พาให้เจมส์ต้องสัมผัสกับความโศกเศร้าอีกครั้ง และการตายของเพื่อนครั้งนี้เป็นเหมือนการตอกย้ำถึงจุดประสงค์ที่เขาเลือกกลับมาอเมริกา

อ่านเรื่องอื่น : เซ็ตหนังน่าดูปี 2019

แทงบอล
บาคาร่า
PG SLOT

You may have missed

1 min read
1 min read
1 min read