เมษายน 23, 2021

payoncebiz.com

แหล่งรวมเนื้อหาสาระ และ ความบันเทิง

Design the Universe

“เรากำลังจะไปดาวอังคาร ไม่ใช่แค่นักบินอวกาศ แต่ผู้คนนับพันกำลังจะไปตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคาร” คำกล่าวจาก สตีเฟน เพทราเน็ก (Stephen Petranek) นักเขียนเจ้าของผลงานหนังสือ เราจะมีชีวิตอยู่บนดาวอังคารได้อย่างไร (How We’ll Live on Mars)
Design the Universe

Design the Universe

Design the Universe “เรากำลังจะไปดาวอังคาร ไม่ใช่แค่นักบินอวกาศ แต่ผู้คนนับพันกำลังจะไปตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคาร” คำกล่าวจาก สตีเฟน เพทราเน็ก (Stephen Petranek) นักเขียนเจ้าของผลงานหนังสือ เราจะมีชีวิตอยู่บนดาวอังคารได้อย่างไร (How We’ll Live on Mars)

ไม่ว่าการใช้ชีวิตบนอวกาศจะเกิดขึ้นช้าหรือเร็วแค่ไหน แต่ภาพจำจากภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น The Martian, Gravity หรือ Interstellar ต่างก็ทำให้เราเห็นว่า การใช้ชีวิตนอกโลกไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แน่นอน ถ้าอย่างนั้นแล้ว เราต้องออกแบบการใช้ชีวิตอย่างไร ถึงจะอยู่รอดในอวกาศได้?

คำถามนี้ เป็นแรงผลักดันให้ Spaceth.co สื่อออนไลน์ที่เล่าเรื่องราววิทยาศาสตร์ของไทย เชิญชวนทุกคนมาร่วมหาคำตอบ จากงาน Design the Universe ที่จัดขึ้นใน Bangkok Design Week 2020 ที่ผ่านมานั่นเอง

ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างวิทยาศาสตร์และศิลปะ

คุณมองท้องฟ้าบ่อยแค่ไหน? เชื่อว่า ในหนึ่งชีวิต เราคงมองท้องฟ้ากันไม่ต่ำกว่าร้อยหรือพันครั้ง โดยเฉพาะในวัยเด็ก ทั้งฟ้าสีคราม ก้อนเมฆ และหมู่ดาว ทุกอย่างในห้วงอวกาศต่างก็เป็นสิ่งที่ใครหลายคนชื่นชอบอยู่เสมอ แต่ถ้าพูดถึงการใช้ชีวิตในอวกาศเมื่อไหร่ มันจะกลายเป็นเรื่องไกลตัวขึ้นมาทันที

บางคนใฝ่ฝันถึงการทำงานที่เกี่ยวข้องกับอวกาศ แต่เมื่อโตขึ้นเรื่อยๆ อวกาศที่เคยสวยงาม และสนุก กลับดูแข็งกระด้างไปด้วยตัวเลข และสูตรฟิสิกส์ (ที่ระบบการศึกษามักสอนให้เราท่องจำ) เสียอย่างนั้น ยิ่งกว่านั้น ความเป็นศิลปะของอวกาศ ก็ดูจะไม่ใช่เรื่องที่ไปด้วยกันได้ หรือไม่ได้เป็นที่พูดถึงมากเท่าไหร่นัก

“We used to look up at the sky and wonder at our place in the stars, now we just look down and worry about our place in the dirt.” – Cooper, Interstellar

ณัฐนนท์ ดวงสูงเนิน และกรทอง วิริยะเศวตกุล บรรณาธิการบริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Spaceth.co กล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้เรามองอวกาศเป็นเรื่องไกลตัว ก็เพราะว่า เดิมที ศาสตร์ของวิทยาศาสตร์และศิลปะ เคยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมาก่อน โดยเรียกว่า ‘ปรัชญาธรรมชาติ’ แต่พอเข้ายุคปฏิวัติอุตสาหกรรม

(ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 – ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19) ความหมายของอาชีพและทักษะ กลายเป็นสิ่งที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น จนกลายเป็นว่า วิทยาศาสตร์และศิลปะถูกแยกออกจากกันไป นานวันเข้า ทั้งสองศาสตร์นี้ก็กลายเป็นสิ่งที่อยู่คู่ขนานกันไปเสียแล้ว แต่การสร้างบ้านก็ต้องพึ่งพิงการออกแบบ การทำอาหารก็ต้องอาศัยศาสตร์ของศิลปะ

ไม่ว่าจะทำอะไร ศาสตร์และศิลป์ต่างๆ ก็ประสมปนเปกันไปหมด เหมือนที่อธิบายไว้ในแผนภาพ Krebs cycle of Creativity ซึ่งถูกคิดค้นโดย เนรี่ อ็อกซ์แมน (Neri Oxman) ดีไซน์เนอร์ สถาปนิก และศาสตราจารย์จาก MIT Media Lab และเผยแพร่ลงใน Journal of Design and Science (JoDS) เมื่อเดือนมกราคม ปี ค.ศ.2016

แผนภาพนี้แสดงให้เห็นว่า ทุกศาสตร์เกี่ยวโยงกัน ไม่ว่าจะเป็น ศิลปะ วัฒนธรรม ความประพฤติ การรับรู้ วิศวกรรม และความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ดังนั้น แม้จะเป็นเพียงเรื่องๆ เดียว แต่ก็มีหลายศาสตร์ผสมอยู่ได้ และเมื่อศาสตร์ต่างๆ ไม่ได้แยกออกจากกัน ศาสตร์ของวิทยาศาสตร์ และศิลปะ ก็เป็นสามารถหลอมรวมไว้ในสิ่งเดียวกันได้

ออกแบบชีวิตอย่างไร ให้อยู่รอดในอวกาศ?

มาร์ค วัทนีย์ (Mark Watney) ตัวเอกในภาพยนตร์เรื่อง The Martian ต้องอยู่อย่างเดียวดายบนดาวอังคาร หลังจากพายุบนดาวอังคารพัดถล่มฐานสำรวจ จึงต้องยกเลิกภารกิจอย่างกระทันหัน และเหล่านักบินอวกาศคนอื่นๆ ที่ร่วมภารกิจด้วยกันมา ก็เดินทางกลับโลกไปแล้ว เพื่อเอาชีวิตรอด วัทนีย์พยายามปลูกมันฝรั่งเพื่อประทังชีวิต

แต่เจ้ามันฝรั่งที่เคยปลูกง่ายแสนง่ายบนพื้นโลก กลับกลายเป็นโจทย์ที่ยิ่งใหญ่บนดาวอังคาร ซึ่งมีลักษณะเป็นทะเลทรายสีแดง และเย็นยะเยือกด้วยอุณหภูมิที่ต่ำถึง -143 °C ส่วนอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 35 °C

อ่านเรื่องอื่น : สมมติฐานของ NASA

แทงบอล
บาคาร่า
PG SLOT