พฤษภาคม 11, 2021

payoncebiz.com

แหล่งรวมเนื้อหาสาระ และ ความบันเทิง

แสงกระสือ

ทุกวันนี้เราอาจเห็น ความขัดแย้งแบบจ้อง จะทำร้ายกันอย่างเดียว ไม่ประนีประนอม ไม่ยอมรับความแตกต่าง ซึ่งกันและกัน แต่ทว่าภาพยนตร์ไทยเรื่อง ‘แสงกระสือ’ ที่เพิ่งเข้าโรงได้ไม่นานนี้ อาจกลายเป็นแสง แห่งความหวัง ที่โผล่ขึ้นมาเพื่อเรียก ให้เราลองหายใจเข้าลึกๆ
แสงกระสือ

แสงกระสือ การยอมรับกันและกันในโลกที่ทุกคนล้วนแตกต่าง

แสงกระสือ การยอมรับกันและกันในโลกที่ทุกคนล้วนแตกต่าง ทุกวันนี้เราอาจเห็น ความขัดแย้งแบบจ้อง จะทำร้ายกันอย่างเดียว ไม่ประนีประนอม ไม่ยอมรับความแตกต่าง ซึ่งกันและกัน แต่ทว่าภาพยนตร์ไทยเรื่อง ‘แสงกระสือ’ ที่เพิ่งเข้าโรงได้ไม่นานนี้ อาจกลายเป็นแสง แห่งความหวัง ที่โผล่ขึ้นมาเพื่อเรียก ให้เราลองหายใจเข้าลึกๆ

แล้วคิดว่ามันจะมีบ้างไหม วิธีที่เราจะอยู่ร่วมกัน กับสิ่งที่แตกต่างไป จากเราได้ ‘แสงกระสือ’ เป็นผลงานกำกับของ สิทธิศิริ มงคลศิริ (เคยกำกับเรื่อง Last Summer) และเขียนบทโดย มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล (ผู้กำกับและเขียนบท 13 เกมสยอง บอดี้ ศพ 19 รวมถึงรักแห่งสยาม ) เป็นการนำตำนานผีไทย มาเล่าผ่านหนังอีกครั้ง

โดยพยายามแสดงให้เห็นว่า มนุษย์จะสามารถอยู่ร่วม กับสิ่งที่แตกต่าง ไปจากเราได้อย่างไร ผ่านโปรดักชั่นที่งดงาม รวมถึงนักแสดง ที่เล่นได้สมบทบาท
จนใครหลายๆ คนอินตามไปด้วย ได้อย่างง่ายดาย  แต่หากใครคาดหวัง ว่าหนังเรื่องนี้จะกระตุ้น อะดรีนาลีน ชวนเราใจเต้น ด้วยความน่ากลัวของกระสือ

ก็อาจจะทำให้บางคน ผิดหวังอยู่หน่อยๆ แต่ถึงอย่างนั้น นี่คือหนึ่งในหนัง ที่เราอยากชวนทุกคน มาดูเป็นอย่างยิ่ง ก่อนที่จะออกโรง ไปก่อนเวลาอันควร
แสงกระสือเล่าถึง ‘สาย’ (มินนี่—ภัณฑิรา พิพิธยากร) ที่ได้รับการสืบทอด การเป็นกระสือ
ผ่านจุมพิตจากกระสือตนก่อน เธอเพิ่งรู้ตัว ว่าตัวเองไม่ใช่คนธรรมดา และชีวิตของเธอ อาจจะลำบากขึ้น

แสงกระสือ

หากไม่ได้รับการช่วยเหลือ จากเพื่อนรักในวัยเด็กอย่าง ‘น้อย’ (โอบ—โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์) ที่เคยหายตัวไป ก่อนจะกลับมายัง หมู่บ้านอีกครั้ง
(พร้อมกับกลุ่มคน ที่ตามล่ากระสือ) นอกจากนี้ ยังมีตัวละครสำคัญอีกคน
คือ ‘เจิด’ (เกรท—สพล อัศวมั่นคง) ที่หลงรักสายเช่นกัน และยังเป็นเพื่อนสนิท ในวัยเด็กของน้อยด้วย

นอกจากการเล่า ตำนานกระสือแล้ว หนังเรื่องนี้ จึงเป็นหนังรักสามเส้า เราสามคนไปในตัว
เป็น Romantic-Fantacy ที่ชวนติดตาม (นึกถึงหนัง Twilight ฉบับไทยๆ เหมือนกันนะ)
แม้ว่า แสงกระสือ จะเป็นหนัง ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ ผีในตำนานไทย
อย่าง ‘กระสือ’ (แน่ล่ะสิ!) แต่หากมอง ชื่อภาษาอังกฤษ ที่ใช้ชื่อว่า ‘Inhuman kiss’

เราจะเห็นมุมมอง ผ่านตัวผู้กำกับว่าเขา ไม่ได้มองกระสือเป็น ‘ผี’ แต่พยายามจะย้ำใ ห้เราเห็นคำคำหนึ่ง คือ ‘อมนุษย์’ ให้ชัดขึ้น เพราะสำคัญตรงที่คำว่า ‘อมนุษย์’ มีนัยหนึ่งหมายถึง สิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์ ซึ่งสามารถตีความได้กว้างมาก เพราะสิ่งมีชีวิต ที่อยู่บนโลกนี้ ที่ไม่ใช่มนุษย์ก็คืออมนุษย์ ด้วยเหมือนกัน ดังนั้นแล้ว หนังเรื่องนี้

คือการพูดถึง มนุษย์ กับสิ่งแวดล้อมรอบตัว เป็นการตั้งคำถามว่า
มนุษย์จะสามารถอยู่ร่วมโลก กับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ได้ไหม โดยไม่ต้องทำร้ายกัน ตัวละครสำคัญ
ที่ทำให้เรามองเห็นประเด็นนี้ ได้ชัดเจนที่สุดก็คือ ‘น้อย’ ซึ่งเป็นคน ที่ทำให้เราเห็นว่า
ต่อให้ สาย จะกลายเป็นอมนุษย์ แต่หากเรา เลือกที่จะหยิบยื่น ความรักให้กัน พยายามเข้าใจอีกฝ่าย

ลองเรียนรู้ ทำความรู้จัก อีกฝ่ายให้มากขึ้น เราก็จะสามารถอยู่ร่วมกันได้ แม้การหายตัวไปของน้อย จะยังเป็นสิ่งที่หนัง ทิ้งค้างเอาไว้กลางอากาศ
และเหตุผลที่น้อยกลับมาก็ ยังไม่ได้รับการเปิดเผย ไปมากกว่า ‘แค่อยากกลับมา’ แต่พัฒนาการ ของตัวละครนี้ อาจเป็นตัวอย่างที่เรา จะได้มองเห็นว่า

ไม่ว่าใครก็สามารถเรียนรู้ และทำความเข้าใจ ในการอยู่ร่วมกัน กับสิ่งที่แตกต่างจากเราได้ จากตอนแรกที่ น้อย เห็น สาย เป็นกระสือ จนหวาดกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ จนกระทั่งได้ฟังหลวงพี่ พูดให้คำแนะนำว่า “เอ็งจงเชื่อในสิ่งที่ตาเอ็งเห็น แต่ถ้าเอ็งจะทำอะไร ก็ทำในสิ่งที่ใจเอ็งเห็น” (ซึ่งกลายเป็นประโยค ที่กระทบใจเราจังๆ)

จากประโยคนี้เอง ที่เปลี่ยนให้น้อยเปิดใจ และพยายามเข้าไปเรียนรู้ ชีวิตของสายในอีกด้าน ทำให้น้อยค่อยๆ ยอมรับสายในเวอร์ชั่น ที่เป็นกระสือ
ก่อนจะเกิดเป็น ฉากน่ารักๆ เช่นการเอาไก่สดๆ มายื่นส่งให้ สาย กับมือตอนเป็นกระสือ ซึ่งก็ชวนให้คนดูหัวเราะ และยิ้มตามฉากนี้ไม่น้อย

อ่านเรื่องอื่น :  สารคดีแบบ AR Rewild Our Planet

แทงบอล
บาคาร่า
PG SLOT