พฤษภาคม 11, 2021

payoncebiz.com

แหล่งรวมเนื้อหาสาระ และ ความบันเทิง

หมอชนะ R U OK

สปอตไลต์ (พร้อมด้วยเสียงวิจารณ์) สาดส่องไปยังแอพพลิเคชั่น ‘หมอชนะ’ หลายครั้งต่อหลายครั้ง ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งที่แอพฯนี้เกิดจาก ‘ความตั้งใจดี’ ของทีมอาสาสมัครที่อยากใช้ความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีมาช่วยในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ซึ่งกำลังเป็นวิกฤตของประเทศและของโลกในช่วงเวลานั้น
หมอชนะ R U OK

หมอชนะ R U OK

หมอชนะ R U OK สปอตไลต์ (พร้อมด้วยเสียงวิจารณ์) สาดส่องไปยังแอพพลิเคชั่น ‘หมอชนะ’ หลายครั้งต่อหลายครั้ง ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งที่แอพฯนี้เกิดจาก ‘ความตั้งใจดี’ ของทีมอาสาสมัครที่อยากใช้ความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีมาช่วยในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ซึ่งกำลังเป็นวิกฤตของประเทศและของโลกในช่วงเวลานั้น

ทว่าหลังเปิดตัวไปในเดือนเมษายน พ.ศ.2563 ไม่เพียงแอพฯจะไม่ได้รับการโปรโมตจากภาครัฐ ซึ่งหันไปส่งเสริมให้ประชาชนใช้แอพฯ ‘ไทยชนะ’ แทน ในช่วงที่เริ่มคลายล็อกดาวน์ครั้งแรก ปลายเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2563 เมื่อจะหันมาชักชวนให้ประชาชนมาใช้แอพฯหมอชนะ ต้นปี พ.ศ.2564 คำเชื้อเชิญจากภาครัฐก็กลับใช้ท่าทีเชิง ‘ข่มขู่’

ว่า ใครไม่โหลดไปใช้อาจมีความผิดถึงติดคุก จนหลายๆ คนต่อต้าน ถึงจะกลับลำแก้ข่าวในภายหลังว่าไม่ได้บังคับให้ใช้ ก็ไม่ทันต่อการแก้ไขภาพจำที่ไม่ดีต่อตัวแอพฯนี้ไปแล้ว หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีการประกาศจากทีมอาสาสมัครที่ร่วมพัฒนาแอพฯนี้ว่า จะส่งมอบให้ภาครัฐดูแลแทนทั้ง 100% ภายในสิ้นเดือนมกราคม พ.ศ.2564 ท่ามกลางกระแสข่าวว่ามี ‘ผู้ใหญ่’

ในกระทรวงดิจิจัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมบางคน พยายามกดดันเพื่อขออำนาจในการควบคุมแอพฯนี้ทั้งหมด ไม่รวมถึงการใส่เกียร์ว่างจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคติดต่อ นั่นคือเรื่องราวฉากหน้าของแอพฯหมอชนะ ที่เริ่มจากความตั้งใจดี แต่สุดท้าย กลับไปตกอยู่ท่ามกลางความชุลมุนในการจัดการปัญหา COVID-19 ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า มีเรื่องของ ‘การเมือง’ เข้ามาเกี่ยวข้อง

อีกประเด็นที่หลายๆ คนยังไม่ได้ตั้งคำถามกันนัก ก็คือแล้วประสิทธิภาพของแอพฯหมอชนะ จะมีประโยชน์ต่อการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 มากน้อยแค่ไหน เพียงใด จะกลายเป็น ‘ยาวิเศษ’ ในการป้องกันโรคได้หรือไม่ สารพัดคำถามเกี่ยวกับแอพฯหมอชนะ และเรื่องราวแวดล้อม พา ไปพูดคุยกับ นพ.นวนรรน ธีระอัมพรพันธุ์

นักวิชาการด้านสารสนเทศสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งเคยมีส่วนร่วมต่อแอพฯที่ภาครัฐใช้เพื่อควบคุมโรค COVID-19 ทั้ง ‘ไทยชนะ-หมอชนะ’ เพื่อขอคำอธิบาย ทั้งเบื้องหลังและเบื้องหลัง (เท่าที่จะเล่าได้) ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น *หมายเหตุ: การพูดคุยกับ นพ.นวนรรนเกิดขึ้นก่อนจะมีข่าวเรื่องผู้ใหญ๋ในกระทรวงดิจิทัลฯ พยายามเข้ามาแทรกแซงทีมผู้พัฒนาแอพฯ

ที่มาของแอพฯ กับข้อเสนอ ‘บังคับ’ ประชาชนใช้

แอพฯหมอชนะ เป็นผลงานร่วมระหว่างกลุ่มผู้พัฒนาซอฟต์แวร์อิสระ Code for Public, กลุ่มผู้เชี่ยวชาญซอฟต์แวร์-วิเคราะห์ข้อมูลชื่อ ‘กลุ่มช่วยกัน’ โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรธุรกิจ และสถาบันการศึกษาจำนวนหนึ่ง เปิดตัวต่อสาธารณชนไปเมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ.2563 โดยมีพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ

มาร่วมงานแถลงข่าวด้วย นพ.นวนรรน ซึ่งเคยไปร่วมให้ความเห็นต่อทีมงานผู้พัฒนาแอพฯหมอชนะในช่วงต้น เล่าให้ฟังว่า หมอชนะเกิดจากความร่วมมือของคนหลากหลายวงการที่มาจับมือกับภาครัฐ ตั้งแต่ช่วงที่รัฐบาลเริ่มประกาศล็อกดาวน์ใหม่ๆ โดยตนเข้าไปร่วมให้ความคิดเห็นช่วงกลางเดือนเมษายน พ.ศ.2563 ซึ่งในบางวงประชุมมี รมว.ดิจิทัลฯ เข้าร่วมด้วย

“โดยหลักการ แอพฯแบบหมอชนะ ซึ่งเป็นแอพฯประเภท contact tracing จะใช้ได้ดี ต้องมีคนมาร่วมใช้เยอะๆ ก็มีไอเดียจากคนงานบางคน เสนอในเชิงบังคับให้ประชาชนมาร่วมใช้ เช่น ใครไม่ใช้จะถูกตัดสิทธิ 30 บาทรักษาทุกโรค หรือใช้เป็น passport ในการเข้าอาคารหรือผ่านด่านตรวจ ซึ่งส่วนตัวไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าในเชิงเทคโนโลยียังมีข้อจำกัดอยู่”

นพ.นวนรรนเล่าต่อว่า แม้ภายหลังจะมีคนบอกว่า ข้อเสนอเรื่องการบังคับให้คนใช้จะเป็นเพียงแนวคิดของบางคน ไม่ใช่ข้อสรุปจากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด แต่เท่าที่ร่วมประชุมอยู่ด้วยราวหนึ่งสัปดาห์ก็พบว่า ไอเดียในการจะบังคับให้ประชาชนใช้แอพฯนี้ยังมีอยู่ เลยประกาศถอนตัวออกมา เพราะส่วนตัวเห็นว่า แอพฯไม่ใช่เงื่อนไขสำคัญที่จะใช้ในการจัดการโรคระบาด

หากเทียบกับการใช้วิธีทางการแพทย์ที่ใช้ควบคุมโรค ทั้ง t-test t-tracing i-isolate และ t-treatment “ในเมื่อมันมีความสำคัญไม่มาก การจะไปใช้ยาแรง จะทำให้เกิดผลกระทบสูง ผมเลยร่วมประชุมกับเขาสัปดาห์กว่าๆ แล้วถอนตัวออกมา” นพ.นวนรรนเล่าถึงเหตุการณ์ที่ไปมีส่วนร่วมกับแอพฯหมอชนะในช่วงเวลาสั้นๆ อย่างไรก็ตาม ผู้เกี่ยวข้องกับแอพฯหมอชนะหลายคน

ก็เคยออกมาแสดงจุดยืน หลัง นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงข่าวว่า ใครไม่โหลดแอพฯนี้จะมีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยต่างยืนยันว่า ไม่เห็นด้วยกับการ ‘บังคับใช้’ อยากให้เป็นลักษณะการ ‘สมัครใจใช้’ มากกว่า แต่ในหมู่ผู้เกี่ยวข้องจะรู้กันว่า ข้อเสนอเรื่องการ ‘บังคับใช้’ นั้นมาจากตัวแทนของฝ่ายใดเป็นหลัก

จุดเด่นของหมอชนะ คือเรื่อง privacy

สิ่งที่หลายๆ คนเป็นห่วงเรื่อง ‘ข้อมูลส่วนบุคคล’ (privacy) หลุด กลับไม่ใช่สิ่งที่ นพ.นวนรรนมองว่า ‘น่าเป็นห่วง’ สำหรับแอพฯหมอชนะ ที่เขาบอกว่า กลับกันต้องชื่นชมเรื่องความพยายามปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล โดยทีมผู้พัฒนาแอพฯ ซึ่งใช้หลักคิด Privacy by Design ทั้งการไม่เก็บชื่อ-นามสกุล แต่ให้ข้อมูลจากเครื่องเป็น anonymous ID,

แม้แอพฯจะขอให้ถ่ายรูปเพื่อยืนยันการเป็นเจ้าของเครื่อง แต่รูปที่ว่าจะเก็บไว้ในเครื่องไม่ได้ไปอยู่ในเซิร์ฟเวอร์กลาง, การกำหนดให้เก็บข้อมูลไว้แค่ 60 วันแล้วทำลายทิ้งอัตโนมัติ, การเปิด open source ให้คนเข้ามาช่วยรีวิวโค้ดของแอพฯ ซึ่งมีคนเข้าไปดู ก็พบว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง, ที่สุดแล้วยังมีฟังก์ชั่น kill switch คือหากเกิดกรณีไม่ชอบมาพากล สามารถรีเซ็ตทุกอย่างได้ทันที

อ่านเรื่องอื่น : วิธีพักผ่อนที่แพทย์แนะนำให้ลองทำ

แทงบอล
บาคาร่า
PG SLOT