มิถุนายน 13, 2021

payoncebiz.com

แหล่งรวมเนื้อหาสาระ และ ความบันเทิง

ศิลปะล้านช้าง

ศิลปะล้านช้าง

ศิลปะล้านช้าง

ศิลปะล้านช้าง

ศิลปะล้านช้าง คือศิลปะในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19–24 ครอบคลุมพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำโขงในเขตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและส่วนใหญ่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของราชอาณาจักรไทยในปัจจุบัน ในดินแดนดังกล่าวจะมีลักษณะทางศิลปะและวัฒนธรรมร่วมกัน

ศิลปะล้านช้างสะท้อนให้เห็นถึงปรัชญา ความเชื่อ วิถีชีวิต ศิลปะและวัฒนธรรม ทางพระพุทธศาสนา ที่เห็นชัดเจน พุทธศิลป์ที่โดดเด่น เช่น ฝั่งลาวมีพระธาตุหลวง พระธาตุอิงฮัง พระบาง เป็นต้นส่วนฝั่งไทย เช่น พระธาตุพนม พระธาตุเรณู พระธาตุศรีสองรัก พระใส เป็นต้น

ความเป็นมาของศิลปะล้านช้าง

อาณาจักรล้านช้างหรือประเทศลาวในปัจจุบันมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับภาคอีสานในประเทศไทยในตำนานอุรังคธาตุและพงศาวดารล้านช้างได้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์บ้านเมืองใน   แคว้นศรีโคตรบูรณ์   ซึ่งอยู่  2  ฝั่งแม่น้ำโขงได้แก่ เมืองหนองหานหลวงเมือง  หนองหานน้อย เมืองเวียงจันทร์  พบร่องรอยหลักบานทางโบราณคดีของวัฒนธรรมทวารดีปรากฏให้เห็นในฝั่งเมืองท่าบ่อและศรีเชียงใหม   วัดในจังหวัดหนองคายและเวียงจันทร์     พงศาวดารล้านช้างกล่าวว่าบรรพบุรุษของตนอพยพมาจากลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน และมาก่อตั้งเมือง  หลวงพระบาง เดิมเรียกว่าเมือง ชวา   ขึ้น     ความสัมพันธ์ของอาณาจักรล้านช้าง  ล้านนาและสุโขทัย กษัตริย์ทั้ง  3  เมืองได้มีสัมพันธ์กันในเชิงเครือญาติ และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกันในพุทธศตวรรษที่  16   ล้านช้างตกอยู่ใต้อำนาจของอาณาจักรขอม ในสมัยพุทธศตวรรษที่  18   เป็นต้นมา อำนาจของพระเจ้าชัยวรมันที่  7  ได้ขยายเข้ามาสู่ดินแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย  มีการสร้างปราสาทศิลาแลง ศิลปกรรมสมัยบายนเป็นระยะ ๆ จากลุ่มแม่น้ำมูล สู่ลุ่มแม่น้ำชี   กุมภวาปี  หนองหานหลวง   บ้านผือ  จังหวัดอุดรธานี  ไปจนถึงเมืองทรายฟองและเมืองเวียงคำในประเทศลาว

ล้านช้างเริ่มมีอำนาจและเข้มแข็งในสมัยของพระเจ้าฟ้างุ้ม ซึ่งมีศักดิ์เป็นราชบุตรเขยของอาณาจักรขอม และได้ตั้งชื่อ  อาณาจักรล้านช้าง หรือ ศรีสัตนาคณหุต  มีเมืองหลวงอยู่ที่หลวงพระบาง  พระเจ้าฟ้างุ้มได้ขยายอาณาเขตของตนมาตีเวียงจันทร์และเมืองโคตรบอง   และเมืองต่าง ๆ ในลุ่มแม่น้ำโขง

อาณาเขตของพระองค์กินล้ำเข้ามาในภาคตะวันอออกเฉียงเหนือจนถึงลุ่มแม่น้ำชี    ต่อมาพระองค์มีปัญหาทางการเมืองภายในอาณาจักร จึงถูกขับไล่ไปอาศัยอยู่เมืองน่าน  โอรสของพระองค์ คือ พระเจ้า สามแสนไท   ได้ขึ้นครองราชสมบัติแทน  พระเจ้าสามแสนไท มีชายาเป็นราชธิดาของกษัตริย์เชียงใหม่และอยุธยา  จึงเริ่มทำให้อาณาจักรล้านช้างเป็นปึกแผ่นมากขึ้น  

ในยุคนี้ พระมหาจักพรรดิแห่งอยุธยาและพระเจ้าไชยเชษฐาได้ปรองดองเป็นญาติกันเพื่อคานอำนาจพม่าและได้สร้าง พระธาตุเจดีย์ศรีสองรักษ์ ขึ้น ที่อำเภอด่านซ้าย  จังหวัดเลย หลังจากนี้ล้านช้างก็วุ่นวายแตกแยกเป็น   3   อาณาจักรคือ หลวงพระบาง  เวียงจันทร์   จำปาศักดิ์   ความขัดแย้งของเมืองทั้ง สามทำให้มีเชื้อพระวงศ์ล้านช้างอพยพหนี ตั้งหลักแหล่งในประเทศไทย

ในสมัยกรุงธนบุรีไทยได้ยกทัพไปตีนครเวียงจันทร์ได้กวาดต้อนชาวล้านช้างมาไว้ในประเทศไทยเป็นอันมาก และในสมัยรัชกาลที่ 3  เจ้าอนุวงศ์ได้ก่อกบฏ ต่ออาณาจักรสยามทำให้ชาวล้านช้างต้องถูกกวาดต้อนมาอยู่ในเขตภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยจำนวนมากอีกครั้งหนึ่งและเป็นเหตุให้ประชากรในลาวมีน้อยกว่าประเทศไทยเป็นจำนวนมากในปัจจุบัน

ความเจริญรุ่งเรืองของล้านช้าง

  • ด้านศาสนา พระเจ้าฟ้างุ้มได้นำพุทธศาสนาแบบขอมเข้ามาเผยแพร่ในดินแดนล้านช้างแทนการนับถือผีแบบดังเดิม และได้นำพุทธศาสนาแบบเถรวาทจากล้านนาและอยุธยาเข้ามาผสมผสาน ล้านช้างจึงมีการนับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาทอย่างแน่นแฟ้น ในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้ทรงอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาและบูรณะวัดและสร้างศาสนสถานเป็นจำนวนมาก ก่อนสมัยรัชกาลที่ 3 พระสงฆ์ในภาคตะวันออกเฉียงมีความสัมพันธ์และขึ้นต่อสงฆ์ในเวียงจันทร์ ในสมัยรัชกาลที่ 4 ของไทยพระสงฆ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้อยูภายใต้การปกครองของคณะสงฆ์ไทย

    มีการเผยแพร่ธรรมยุตินิกายจากกรุงเทพเข้าสู่อุบลราชธานีและกระจายไปทั่วภาคอีสาน ทำให้การเรียนรู้ศาสนาแบบเดิมสูญสิ้นไป ดังจะเห็นได้จาก การเรียนอักษรธรรมและอักษรไทยน้อยได้สูญหายไปจากวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประชาชนในล้านช้างเคร่งครัดในพุทธศาสนาและนำมาใช้กำหนดข้อปฏิบัติในสังคม เช่น ฮีต ๑๒ คอง ๑๔ วิถีชีวิตเหมือนกับชาวอีสานของไทย คือ กินข้าวเหนียว เคี้ยวปลาแดก อยู่ เฮียนสูง เป่าแคน ชอบดูหมอลำ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยโดยแยก ล้านช้างออกจากการพัฒนาของประวัติศาสตร์ไทยจึงเป็นการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง
  • ด้านภาษาและวรรณกรรม  ล้านช้างมีตัวอักษรที่เป็นของตนเองเรียกว่า อักษรไทยน้อยและอักษรไทยใหญ่  (  อักษรธรรม  )  วรรณกรรมที่สำคัญได้แก่  โคลงท้าวฮุ้งท้าวเจื๋อง จำปาสี่ต้นและตำนานต่าง ๆ วรรณกรรมที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา  ปัญญาสชาดก เป็นต้น   นิทานและตำนานที่เผยแพร่อยู่ทั่วไปในอีสาน เช่น ผาแดงนางไอ่  ท้าวก่ำกาดำ  ในประเทศไทยมีใบลานตัวอักษรไทยน้อยและอักษรธรรมอยู่เป็นจำนวนมาก
  • ด้านการปกครอง มีพระมหากษัตริย์ปกครองตามลัทธิเทวราชาและธรรมราชาเช่นเดียวกับล้านนาและอยุธยาหากแต่ล้านช้างได้มีกฎเกณฑ์ที่แตกต่างออกไปโดยมีการปกครองใช้หลัก พุทธศาสนามาประยุกต์ใช้เรียกว่า   ฮีต   12  คอง  14   กำหนดหลักปฏิบัติของบุคคล และภาระหน้าที่ตามประเพณี   คอง  14    จึงเป็นแนวทางการบริหารประเทศรวมทั้งเป็นข้อปฏิบัติระหว่างผู้ใหญ่กับผู้น้อยและผู้น้อยกับผู้ใหญ่
  • สถาปัตยกรรมและจิตรกรรม  อาณาจักรล้านช้างมีเอกลักษณ์เป็นของตนเองไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูป     อุโบสถ และเจดีย์ พระอุโบสถ     ศิลปล้านช้างในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้แก่  พระธาตุพนม  พระธาตุเรณูนคร ในจังหวัดนครพนม   พระธาตุเชิงชุม    พระธาตุนารายณ์เจงเวง  ในจังหวัดสกลนคร        ซากเมืองหนองหานน้อย ในเขตอำเภอหนองหาน พระธาตุโพนทอง จังหวัดอุดรธานี  พระธาตุบ้านแก้ง  พระธาตุกุดจอก ในจังหวัดชัยภูมิ  พระธาตุขามแก่น  จังหวัดขอนแก่น  พระธาตุก่องข้าวน้อย บ้านตาดทอง  จังหวัดยโสธร นอกจากนี้ บริเวณเมืองเวียงคุกและวัดพระธาตุ  บังพวน ในจังหวัดหนองคาย มีซากวัดและสถูปเจดีย์จำนวนมาก  ทางด้านจิตรกรรมที่แตกต่างจากรัตนโกสินทร์คือมักนิยมวาดรูปไว้บริเวณฝาผนังด้านนอกอุโบสถ
ศิลปะล้านช้าง

สถาปัตยกรรม

สถาปัตยกรรมล้านช้างได้รับอิทธิพลจากศิลปะล้านนาในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 20 อาณาจักรล้านช้างมีความสัมพันธ์กับอาณาจักรล้านนา โดยในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชไปปกครอง อาณาจักรล้านนาอยู่ 2 ปีหลังจากที่พระยาโพธิสาลราช ผู้เป็นพระบิดาซึ่งปกครองล้านช้างสวรรคต พระเจ้าไชยเชษฐา จึงกลับมาปกครองอาณาจักรล้างช้าง พร้อมกับการนำพระแก้วมรกต พระพุทธสิหิงค์และพุทธรูปที่สำคัญอื่น ๆ จากล้านนามาด้วย

หลังจากนั้นอาณาจักรล้านนากับอาณาจักรล้านช้างได้มีความสัมพันธ์กันเรื่อยมาจนถึงปลายพุทธศตวรรษที่ 21 จึงเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าศิลปะล้านช้างได้รับอิทธิพลจากศิลปะล้านนา ดังเช่น เจดีย์ทรงระฆัง เช่น พระธาตุหมากโม วัดวิชุล เมืองหลวงพระบาง ซึ่งเป็นศิลปะแบบล้านนาซึ่งมีต้นแบบมาจาก พระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน ซึ่งได้รับอิทธิพลจากศิลปะพุกาม สืบสายต่อเนื่องมาจากลังกาอีกทอดหนึ่ง

รูปแบบสิมและวิหารแบบล้านช้าง คือ แผนผังมีทั้งแบบที่มีการยกเก็จหรือย่อมุม และผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าไม่ยกเก็จ การซ้อนชั้นหลังคามีทั้งแบบซ้อน 2 ชั้น 2 ตับ แบบไม่ซ้อนชั้นแต่มีตับเดียว และแบบที่ซ้อน 3 ชั้น แต่ไม่ซ้อนตับหลังคา มีสัดส่วนของอาคารที่ค่อนข้างเตี้ย และใช้เส้นแอ่นโค้งของหลังคาที่แอ่นกว่าของล้านนา ส่วนตกแต่งอันมีลักษณะเฉพาะตน คือ โก่งคิ้ว/ฮังผึ้ง (รังผึ้ง) รูปครึ่งวงกลม มีฝาสาท (ปราสาท) หรือช่อฟ้ากลาง และมีคันทวยแบบหูช้างและคันทวยแขนนาง

รูปแบบเจดีย์หรือธาตุอันเป็นเอกลักษณ์ของล้านช้าง เจดีย์ทรงระฆังสี่เหลี่ยม หรือที่เรียกว่า เจดีย์ทรงดอกบัวเหลี่ยม ศิลปะลาว เรียกว่า หัวน้ำเต้าหรือแบบหัวปลี ซึ่งได้รับอิทธิพลจากเจดีย์ย่อมุมของอยุธยาและพม่า แบบที่ 2 คือ เจดีย์ทรงปราสาทยอด เป็นเจดีย์ที่มีรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของล้านช้าง ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ เจดีย์ที่เป็นเรือนธาตุมีซุ้มจระนำประดิษฐานพระพุทธรูป เหนือเรือนธาตุจะเป็นองค์ ระฆังสี่เหลี่ยมและมียอดแหลม แบบที่ 3 คือ เจดีย์ที่มีเรือนธาตุซ้อนกันหรือแบบพระธาตุพนม เริ่มปรากฏในราวต้นพุทธศตวรรษที่ 23

ธาตุในรูปทรงนี้จะเป็นธาตุที่เกิดจากการมาต่อเติมอาคารทรงสี่เหลี่ยมหลังคาซ้อนเป็นชั้น ๆ แล้วเติมธาตุทรงบัวเหลี่ยมที่ส่วนยอด ธาตุแบบนี้ยอดทรงบัวเหลี่ยมจะถูกดึงให้สูงขึ้นเพื่อให้ส่วนยอดสมดุลกับเรือนธาตุทรงสี่เหลี่ยมด้านล่าง และแบบที่ 4 คือ ธาตุที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะไทย สร้างขึ้นตามรูปแบบที่ได้รับจากแม่แบบไปโดยจะมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก โดยจะปรากฏทั้งเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง เจดีย์ทรงเครื่องแบบรัตนโกสินทร์และเจดีย์ทรงกลม ธาตุในรูปแบบนี้มักปรากฎเมื่อประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ 24 ไปแล้ว

ประติมากรรม

พระพุทธรูปล้านช้างในช่วงแรก เริ่มตั้งแต่รัชสมัยพระเจ้าฟ้างุ้ม จนกระทั่งรัชสมัยพระนางมหาเทวี มีต้นแบบจากพระพุทธรูปเขมรแบบบายน และมีการผสมผสานกับศิลปะของไทย เช่น เชียงแสน สุโขทัย เป็นต้น ลักษณะของพระพุทธรูปในช่วงนี้ มีลักษณะคล้ายภาพสามมิติ กล่าวคือ เหมือนการแหงนมองพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ ฝ่าเท้าที่วางทับกันจะมีลักษณะเปิดในแนวเอียงฝ่าเท้าออกมาด้านนอก

พระพุทธรูปล้านช้างตอนต้นช่วงกลาง ประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ 19 ถึงกลางพุทธศตวรรษที่ 20 ตั้งแต่รัชสมัยของพระเจ้าไชยจักรพรรดิแผ่นแผ้วถึงสมัยพระเจ้าวิชุลราช แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นล้านช้างที่ค่อนข้างชัดเจน มีพุทธลักษณะ คือ พระเพลา (ตัก) กว้าง เส้นสังฆาฏิยาวจรดพระนาภี (หน้าท้อง) พระอุระ (อก) แบน พระกรรณ (หู) มีเอกลักษณ์ชัดเจน เบ้าพระกรรณขนาดใหญ่ ติ่งพระกรรณขนาดเล็ก ยอดพระกรรณโค้งตามแบบศิลปะเขมรยุคปลาย และพระเศียร มีขนาดเล็กรับกับพระอังสา (บ่า)

พระพุทธรูปล้านช้างตอนต้นช่วงปลาย ประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ 20 ถึงปลายพุทธศตวรรษที่ 22 มีการผสมผสานกับอิทธิพลจากศิลปะอื่น มีพุทธลักษณะ คือ พระเพลา (ตัก) กว้าง พระอุระ (อก) นูนล่ำสัน รับอิทธิพลจากศิลปะสุโทัย พระกรรณ (หู) มีเบ้าพระกรรณขนาดใหญ่ ติ่งพระกรรณห้อยยาวโค้งออกจากลำคอ พระเศียรส่วนมากมีลักษณะใหญ่ รับกับพระอังสาที่กว้างขึ้น และพระรัศมีประดับด้วยอัญมณี

อ่านเพิ่มเติม วิธีการปลูกดอกไม้ง่าย ๆ ใคร ๆ ก็ปลูกได้

แทงบอล บาคาร่า PG SLOT