มิถุนายน 13, 2021

payoncebiz.com

แหล่งรวมเนื้อหาสาระ และ ความบันเทิง

วัคซีน COVID 19

นักวิทยาศาสตร์จำเป็นต้องแข่งกับเวลา ที่กระชั้นชิดยิ่งนัก เพื่อหยุดยั้งไวรัสโรโคนา ‘COVID-19’ (โควิด ไนน์ทีน) ที่แม้ผ่านมาหลายเดือนแล้ว แต่เชื้อไวรัสกลับยังไม่มี ทีท่าอ่อนแรงลง
วัคซีน COVID-19

วัคซีน COVID 19 ต้องรออีกนานแค่ไหน

วัคซีน COVID-19 ต้องรออีกนานแค่ไหน  นักวิทยาศาสตร์จำเป็นต้องแข่งกับเวลา ที่กระชั้นชิดยิ่งนัก เพื่อหยุดยั้งไวรัสโรโคนา ‘COVID-19’ (โควิด ไนน์ทีน) ที่แม้ผ่านมาหลายเดือนแล้ว แต่เชื้อไวรัสกลับยังไม่มี ทีท่าอ่อนแรงลง

แถมยังคงสร้างความหวาดกลัว แพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องไปยังทวีปต่างๆ ในทุกวันมีอัตราผู้เสียชีวิต ระดับหลายร้อยราย ทำให้ภารกิจพัฒนาวัคซีนพิชิต COVID-19 เป็นแผนวิจัยเร่งด่วนระดับ A must SA Casino ของหลายๆ สถาบัน

โดยเฉพาะสถาบันวิทยาศาสตร์ ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุด นี่จึงเป็นการบังคับโดยกลายๆ ว่าต้องผลักดัน งบวิจัยพัฒนาวัคซีน เป็นการจัดระดมทุน อย่างเร่งด่วนในระดับนานาชาติ  

เพราะเราปฏิเสธไม่ได้ว่า งบประมาณทุนวิจัย ก็ยังเป็นหัวใจสำคัญ ที่จะขับเคลื่อนองคาพยพ มหาเศรษฐีชาวจีน แจ็ค หม่า (Jack Ma) ผู้ก่อตั้ง Alibaba Group ตั้งงบประมาณ เพื่อการวิจัยวัคซีนด้วยจำนวนเงินมากถึง 14 ล้านเหรียญสหรัฐ

สนับสนุนสถาบันวิจัยในจีน เพื่อพัฒนาวัคซีนรักษา COVID-19 แบบเร่งด่วน ในขณะเครือสหภาพยุโรป บริจาคเงินจำนวน 20 ล้านยูโร ให้กับหน่วยงานใดก็ตาม ที่มีส่วนร่วมพัฒนาวัคซีน จนกระทั่งใช้จริงได้ ยิ่งในสถานการณ์เร่งด่วนเช่นนี้

หากใครพัฒนาวัคซีนสำเร็จ ก็นับเป็นการฉายแสง แห่งความหวังให้กับมวลมนุษย์ และบ่งบอกถึงศักยภาพ ในการทำลายขีดจำกัด วิทยาการภูมิคุ้มกันของสถาบันวิจัยนั้นๆ ว่ารุดหน้ากว่าที่อื่นๆ เพราะยิ่งโจทย์ยากเท่าไหร่ งานวิจัยยิ่งสร้าง impact factor ได้มากเท่านั้น

วัคซีน COVID-19

ก้าวต่อไปของวัคซีน

เมื่อเกิดการระบาดของโรค สิ่งที่ต้องตั้งคำถามเป็นระดับต้นๆ คือ เรามีวัคซีนเพื่อกำจัดเชื้อดังกล่าวหรือไม่? ในกรณี COVID-19 นั้นมีการนำวัคซีน ที่ใช้รักษาโรคโคโรนาไวรัส สายพันธุ์กลุ่มอาการทางเดินหายใจ เฉียบพลันรุนแรงหรือ SARS มาปรับใช้รักษาผู้ป่วย ดังนั้น การใช้วัคซีนเทียบเคียง จากสิ่งที่มีอยู่จึงต้องทำพร้อมๆ กับพัฒนาวัคซีนชนิดใหม่ หลายสถาบันคาดว่า อาจใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี จึงจะได้วัคซีนที่พร้อมใช้ทดลอง ในมนุษย์เพื่อรักษาไวรัส COVID-19 โดยเฉพาะ

ในระหว่างนี้ยังมีข่าวดีมาเป็นระยะว่า ยารักษาโรคบางประเภท ที่แพทย์มีอยู่ในมือนั้น สามารถปรับใช้เพื่อรักษาโรคไวรัส COVID-19 ได้ผลระดับหนึ่ง หนึ่งในนั้นคือ การใช้ยากระตุ้นภูมิคุ้มกัน (antibodies) โดยทำให้เซลล์ภูมิคุ้มกัน จะไปจับกับไวรัสและทำลายกลไก ที่คุกคามร่างกาย

ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันร่างกายของคุณ จะต้องได้รับยากระตุ้นนี้อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนที่จะไปมีปฏิสัมพันธ์กับเชื้อ COVID-19 กระบวนการนี้เร่งให้เร็วขึ้นได้ โดยการฉีดสารภูมิต้านทาน ที่เลี้ยงและพัฒนาขึ้นในห้องทดลอง และต้องมีการตรวจระดับภูมิคุ้มกันอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งร่างกาย มีความพร้อมจะรับมือกับไวรัสได้

การใช้ศาสตร์ด้านภูมิคุ้มกัน มีแนวโน้มในเชิงบวก มากกว่าวิธีการอื่นๆ เพราะไม่ส่งผลข้างเคียงให้กับผู้ป่วย เนื่องจากภูมิคุ้มกัน จะเข้าไปจับกับไวรัสโดยตรงเท่านั้น ซึ่งเป็นวิธีการที่น่าสนใจอันดับต้นๆ แต่ในโอกาสก็มาพร้อมด้วยปัญหา

แม้ว่าเราจะสามารถทำได้ในระดับห้องปฏิบัติการ (Lab scale) แต่เมื่อต้องทำในปริมาณเยอะๆ สำหรับใช้กับประชาชนคราวละมากๆ (mass-producing) Sexyslot สิ่งนี้ยังคงเป็นอุปสรรค เพราะกระบวนพัฒนาภูมิคุ้มกันนั้น ใช้เวลาพอสมควร ต้องมีเครื่องมือเครื่องไม้ที่ดี และต้องการทรัพยากรค่อนข้างสูง

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัย Fudan University ในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน คาดการณ์ว่าการเตรียม antibodies นั้นมีความละเอียดอ่อนซับซ้อน อาจจะต้องใช้เวลานาน เพื่อการวิจัยแต่ละครั้งนานถึง 2 เดือนเพื่อที่จะมีปริมาณ เพียงพอสำหรับทดสอบ ในสัตว์และมนุษย์ 

ระหว่างนี้บริษัทยายักษ์ใหญ่ ในสหรัฐอเมริกา Regeneron ได้ทดสอบ antibodies อีก 2 ชนิดที่เคยรักษา โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง MERS-CoV (เมอร์ส-คอฟ) ได้ผลดี และนำมาปรับใช้กับ COVID-19 โดยบริษัทนี้ เคยมีผลงานเด่นๆ คือการพัฒนา antibodies สำหรับโรค Ebola จนสามารถทดสอบ ในมนุษย์ได้โดยใช้เวลาเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น

ส่วนบริษัทยาในจีน WuXi Biologics ก็มีความพร้อม ที่จะทุ่มเททรัพยากรไปยังการพัฒนา antibodies แบบขนานใหญ่ที่ได้ขนทีมวิจัยกว่า 100 ชีวิตมุ่งเป้าไปที่ภารกิจเดียว ซึ่งคาดว่าภายในเวลา 5 เดือนน่าจะได้ผลการทดลองที่ชัดเจนยิ่งขึ้น บาคาร่า ออนไลน์

อย่างไรก็ตามการผลิต antibodies จำนวนมากๆให้กับผู้ป่วยติดเชื้อ และผู้ป่วยที่เฝ้าระวังจำเป็นต้องอาศัย การร่วมมือของโรงงานยาเอกชน ที่มีความเชี่ยวชาญด้านภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีอยู่ค่อนข้างน้อย หลายบริษัทก็ยุ่งอยู่กับการผลิต antibodies สำหรับโรคมะเร็งและโรคอื่นๆ

อ่านเรื่องอื่น : ในยุคที่มีการป้องกันมากมาย ถุงยางอนามัย ยังจำเป็นไหม