มิถุนายน 13, 2021

payoncebiz.com

แหล่งรวมเนื้อหาสาระ และ ความบันเทิง

ธุรกิจท่องเที่ยวไทย

โกลเด้นวีค – ได้ชื่อว่าเป็นช่วงเวลาสัปดาห์ที่มนุษย์อพยพเคลื่อนย้ายถิ่นฐานมากที่สุดในโลก เพราะเป็นวันหยุดยาว ‘วันชาติจีน’ ที่คนจีนหลายล้านคน เดินทางออกนอกประเทศ และเดินทางภายในประเทศเพื่อเยี่ยมญาติ ปีนี้รัฐบาลจีนคาดการณ์ไว้ด้วยว่า คนจีนจะเดินทางกันอุ่นหนาฝาคั่ง เพราะว่าวันชาติจีน ตรงกับวันหยุดฤดูใบไม้ร่วงด้วย
ธุรกิจท่องเที่ยวไทย

ธุรกิจท่องเที่ยวไทย

ธุรกิจท่องเที่ยวไทย โกลเด้นวีค – ได้ชื่อว่าเป็นช่วงเวลาสัปดาห์ที่มนุษย์อพยพเคลื่อนย้ายถิ่นฐานมากที่สุดในโลก เพราะเป็นวันหยุดยาว ‘วันชาติจีน’ ที่คนจีนหลายล้านคน เดินทางออกนอกประเทศ และเดินทางภายในประเทศเพื่อเยี่ยมญาติ ปีนี้รัฐบาลจีนคาดการณ์ไว้ด้วยว่า คนจีนจะเดินทางกันอุ่นหนาฝาคั่ง เพราะว่าวันชาติจีน ตรงกับวันหยุดฤดูใบไม้ร่วงด้วย

นอกจากกลับบ้านเกิดเยี่ยมครอบครัว รวมญาติ ทุกปีนักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางออกนอกประเทศกว่า 7 ล้านคน (ตัวเลขจากกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจีน) ปลายทางอันดับหนึ่งแน่นอนว่าประเทศไทย แต่เพราะการระบาดไวรัสครั้งใหญ่ ปิดกั้นอิสระเสรีของเราในการจะเดินทางไปไหนก็ได้ทุกขอบมุมโลก

ดังนั้นเงินจากกระเป๋านักท่องเที่ยวจีน จึงไม่กระเด็นมาหาเศรษฐกิจไทยเลย – แม้แต่บาทเดียว

นักท่องเที่ยว(ล่องหน)ย่านห้วยขวาง

วันหยุดแห่งชาติชาวจีนปีนี้ กินระยะเวลา 1-8 ตุลาคม รัฐบาลจีนประมาณการว่า จะเกิดการเดินทางของคนจีนจำนวน 550 ล้านคน ปกติแล้วในช่วงวันหยุดชาติจีน หลายแหล่งท่องเที่ยวแลนด์มาร์กในไทยจะคับคั่งไปด้วยคนจีนที่บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาใช้จ่ายท่องเที่ยว หนึ่งในนั้นคือ ‘ตลาดนัดรถไฟรัชดา’ สถานที่ที่ทุกโปรแกรมทัวร์จีนต้องระบุว่า จะพานักท่องเที่ยวของพวกเขามาลง

ย้อนกลับไปในช่วงเวลาเดียวกันนี้เมื่อราวปีก่อน ถ้าแวะไปตลาดรถไฟ นักท่องเที่ยวที่คลาคล่ำ ธงแดงของหัวหน้าทัวร์ที่ชูให้เห็นทุกๆ ระยะสองเมตร เสียงต่อราคากันดังสนั่นตลาด – คงทำให้เรานึกอยากถอดใจกลับบ้านดีกว่าเข้าไปเบียดเสียด แต่ก็เหมือนหนังคนละม้วนกับปีนี้  เดินสำรวจตลาดนัดรถไฟรัชดา และละแวกห้วยขวาง

ชีพจรวันที่ไม่มีนักท่องเที่ยวชาวจีน แถมยังฝนตกปรอยๆ ให้ความรู้สึกเซื่องซึมแบบที่ตลาดนัดรถไฟแห่งนี้ไม่เคยเป็นมาก่อน “มันก็ต้องพยายามน่ะครับ ผมลูกสองด้วย ก็ต้องปรับตัว ลดค่าใช้จ่าย อะไรไม่จำเป็นก็ตัดออกหมดเลย” เทพประทาน แสนหวู่ พ่อค้าขายแว่นตาแฟชั่น ที่ขายในตลาดนัดหลังห้างสรรพสินค้าเอสพลานาดแห่งนี้มากว่า 3 ปี แชร์สถานการณ์ให้ฟัง –

แม้ว่าร้านค้าในตลาดนัดรถไฟรัชดาเกือบครึ่งจะปิดในวันกลางสัปดาห์ และผู้คนก็บางตา แต่เทพประทาน เป็นหนึ่งในคนที่มาขายทุกวัน เขาบอกว่า อย่างน้อยก็ให้มันมีรายได้หมุนเวียน รับผิดชอบชีวิตลูกสองคนของเขาได้บ้าง ในวันที่รายได้หดหายไปกว่า 90% เทพประทานถึงกับบ่นว่า เขาทำอาชีพพ่อค้ามา 10 ปี

ผ่านเหตุการณ์ทางการเมือง ผ่านน้ำท่วม ผ่านมาหลายมรสุม แต่ไม่เคยเจออะไรที่หนักหนาสาหัสเหมือนปีนี้มาก่อนในชีวิต ตั้งแต่การโดนล็อกดาวน์สั่งปิดตลาดไปตอนมีนาคมที่ผ่านมา และแม้จะเปิดตลาดรายได้ก็ไม่ได้กลับมาทันที แต่ภายใต้แววตาเหน็ดเหนื่อย เขาก็ยังคงกระตือรือร้นที่จะขายของ และให้คำแนะนำลูกค้าเป็นอย่างดี “ถ้าถามนะ ในฐานะพ่อค้าแม่ค้า

ก็อยากให้นักท่องเที่ยวกลับมา อยากให้ทัวร์มาลง ผมพร้อมนะ ถ้าถามว่ากลัวโควิดไหมก็กลัว ก็อยากให้รัฐลองดูว่าจะมีมาตรการกรองอย่างไรบ้าง ตัวเราเองก็ไม่ใช่ผู้บริหารประเทศที่จะกำหนดมาตรการอะไรได้”

จะทำอย่างไรต่อไปดี?

ตัวเลขจาก United Nations World Tourism Organisation บอกว่า นักท่องเที่ยวจีนคิดเป็น 1 ใน 5 ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งใช้จ่ายเงินหมุนเวียนเป็นมูลค่านับล้านล้านบาทในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว “ช่วงโกลเด้นวีคจำนวนนักท่องเที่ยวจีนในไทยพุ่งปรู๊ดเลย โดยเฉพาะในเมืองที่เป็นปลายทางหลัก กรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต”

ผศ.ดร.ไพฑูรย์ มนต์พานทอง คณบดีคณะการจัดการการท่องเที่ยว แห่ง NIDA ให้สัมภาษณ์ ทางโทรศัพท์ นักท่องเที่ยวจีนก็เป็นนักท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของไทย คิดเป็นราว 1 ใน 3 ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่เข้ามาในไทยต่อปี ส่วนใหญ่เข้ามาประมาณ 5-7 วัน และใช้จ่าย 25,000-50,000 บาทต่อหัว ดังนั้นเมื่อประเทศไทย

ซึ่งเป็นประเทศท่องเที่ยว และพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นอันดับหนึ่ง ไม่สามารถเปิดประตูต้อนรับต่างชาติ โดยเฉพาะคนจีนได้ จึงเป็นคำถามว่า จะยังไงต่อไป “บางประเทศเขาให้ความสำคัญกับการคุมโรคและเศรษฐกิจครึ่งต่อครึ่ง ส่วนไทยเน้นที่การคุมโรค การติดเชื้อเนี่ยน้อยมาก แต่เราก็ไม่ได้เรื่องของเศรษฐกิจเลย

โจทย์สำคัญก็คือนโยบายของภาครัฐ ว่าที่สุดแล้วจะเอาขาการดูแลโรคภัยไข้เจ็บไม่ให้โรคระบาด หรือจะเอาแบบที่เรามีความเสี่ยงหน่อยหนึ่งแต่เป็นความเสี่ยงที่เราควบคุมได้” ไม่นานมานี้ รัฐบาลเตรียมจะเปิด Tourism Bubble เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่แรกในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งไพฑูรย์บอกว่า เป็นจังหวัดที่พึ่งพาการท่องเที่ยว 90% โดยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่อปีกว่า 4 แสนล้านบาท

รูปแบบกระทรวงการท่องเที่ยวเสนอ คือจะจำกัดพื้นที่เดินทางของนักท่องเที่ยวให้อยู่ภายในจังหวัดนำร่องจนครบ 14 วันในห้องพัก และหากต้องการไปจังหวัดอื่นต่อต้องกักเพิ่มอีก 7 วันเป็น 21 วัน โดยเป้าหมายเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวลองสเตย์ แต่สุดท้ายภูเก็ต โมเดลนี้ ก็โดนนายกฯ ประยุทธ์ตีกลับให้ไปทบทวนใหม่ “จริงๆ แล้วเป็นไอเดียที่ดีนะคะ ไม่ว่าจะภูเก็ตโมเดลหรือสมุยโมเดล

เพราะพื้นที่ที่เป็นเกาะมันก็จะควบคุมทางเข้าและออกได้ง่ายหน่อย แม้ว่าจะได้ข่าวว่าจะเลื่อนไปอีกหน่อย แต่ถามว่ามีความเป็นไปได้ไหม ถ้าจะ Travel Bubble จีนกับไทย ก็น่าจะเป็นไปได้ เพราะเราเห็นว่าในจีนการควบคุมโรคระบาดถือว่าดี บ้านเราก็ดี แต่ต้องดูในมิติว่าหากนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาแล้ว จะบริหารจัดการยังไงในฝั่งเรา จะสร้างความมั่นใจให้กับคนในพื้นที่ได้อย่างไร

เพราะในความหมายของคำว่าพื้นที่ท่องเที่ยว มันไม่ใช่ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว การจัดการเพื่อสร้างความมั่นใจว่าปลอดภัยทั้งกระบวนการ จะทำยังไง ตั้งแต่สนามบินไปจนถึงโรงแรม ร้านอาหาร” “นอกจากจัดการฝั่งเรา เราก็ต้องบริหารนักท่องเที่ยวจีนด้วย เพราะตามพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนเขาก็จะเน้นเอาง่ายๆ เร็วๆ ไม่ค่อยตามกฎระเบียบ เราจะควบคุมเขาได้อย่างไร อันนี้คิดว่าเป็นโจทย์สำคัญ”

อ่านเรื่องอื่น LINE Thailand Business 2020

แทงบอล
บาคาร่า
PG SLOT