กุมภาพันธ์ 24, 2021

payoncebiz.com

แหล่งรวมเนื้อหาสาระ และ ความบันเทิง

ทาเคชิ โอบาตะ

ถึงจะเปิดตัว ในวงการตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985 และทำงานในฐานะ นักเขียนมังงะมืออาชีพ มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1989 เป็นผู้วาดลายเส้นงามๆ ให้กับมังงะหลายเรื่อง ที่คนจดจำอย่าง Hikaru No Go ฮิคารุ เซียนโกะอัจฉริยะ,
ทาเคชิ โอบาตะ

ทาเคชิ โอบาตะ นักเขียนมังงะผู้พัฒนาตัวเองอย่างไม่มีจุดสิ้นสุด

ทาเคชิ โอบาตะ นักเขียนมังงะผู้พัฒนาตัวเอง อย่างไม่มีจุดสิ้นสุด ถึงจะเปิดตัว ในวงการตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985 และทำงานในฐานะ นักเขียนมังงะมืออาชีพ มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1989 เป็นผู้วาดลายเส้นงามๆ ให้กับมังงะหลายเรื่อง ที่คนจดจำอย่าง Hikaru No Go ฮิคารุ เซียนโกะอัจฉริยะ,

Death Note, Bakuman วัยซนคนการ์ตูน และผลงานล่าสุดอย่าง Platinum End แต่กว่าที่ อาจารย์โอบาตะ ทาเคชิ (Obata Takeshi) จะมีโอกาส ได้จัดงานนิทรรศการ แสดงผลงานของตัวเอง ก็ลากยาวมาเนิ่นนานจนปี 2019 นี้นี่เอง การจัดนิทรรศการแสดงภาพ ที่ใช้ชื่อว่า ‘Obata Takeshi Never Complete’ นี้

จัดขึ้นเนื่องในโอกาส ที่นักเขียนมังงะชื่อดัง ทำงานครบรอบ 30 ปี โดยจะแบ่งโซน ออกเป็นสามส่วน ประกอบด้วย Manga ที่จะจัดแสดงผลงาน ต้นฉบับที่อาจารย์ร่วมเขียนมา Illustration มุมรวมภาพวาดเดี่ยว ที่อาจารย์วาดไว้ประกอบ ในงานของตัวเองและงานอื่นๆ และส่วนสุดท้าย ก็คือ Never Complete ที่จะพูดถึงผลงานปัจจุบัน

ภาพรวมของงานโดยคร่าวนั้น จะเป็นการนำเอาผลงาน นับตั้งแต่อาจารย์เข้ามา ทำงานในวงการ จนถึงงานปัจจุบัน อยางเรื่อง Platinum End มาจัดแสดง กว่าที่นักเขียนท่านนี้ จะได้รับการจดจำจากคนอ่าน อาจารย์ได้สร้างผลงานอะไรมาบ้าง ขอชวนทุกคนย้อนไปดู เส้นทางการทำงาน ของอาจารย์โอบาตะ ทาเคชิกัน

ทาเคชิ โอบาตะ

จากความรักในการวาดรูป สู่เส้นทางการเป็นนักเขียนมังงะ

อาจารย์โอบาตะ เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า อาจารย์นั้นตั้งเป้า ที่จะเป็นนักเขียนการ์ตูนมังงะ มาตั้งแต่เด็กๆ เพราะตัวอาจารย์ชอบวาดรูป โดยอาจารย์ ก็มุ่งมั่น ในการวาดรูปอย่างจริงจัง จนสามารถส่งงาน เข้าแข่งขันรางวัลวัฒนธรรมเทะสึกะ โอซามุ (Tezuka Osamu Cultural) ในปี ค.ศ. 1985

ซึ่ง ณ ขณะมีอายุเพียง 17 ปี และอาจารย์โอบาตะ ก็สามารถคว้ารางวัล รองชนะเลิศของปีนั้น มาครองได้ (ทั้งนี้ ในปีดังกล่าว ไม่มีผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ) พร้อมกับได้รับคำชม ว่าเป็นนักเขียนที่วาดภาพได้สวย จนกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ ให้กับนักเขียนรุ่นหลัง

จากนั้นอาจารย์โอบาตะ ก็เริ่มทำงานในฐานะผู้ช่วย ของนักเขียนหลายคน ตามวิสัยของคนที่อยากจะยึดอาชีพ นักเขียนมังงะเต็มตัว เหมือนกับเด็กหลายๆ คนที่เริ่มเขียนการ์ตูน หลังจากอ่านมังงะของนักเขียนท่านอื่น อาจารย์เองก็เคยให้สัมภาษณ์ ว่าตอนเด็กๆ อาจารย์ชื่นชอบ ผลงานของอาจารย์อิชิโนะโมริ โชทาโร่

นักเขียนมังงะผู้สร้างผลงานดัง หลายเรื่องอย่าง ซีรีส์มาสก์ไรเดอร์ และ ไซบอร์ก 009 ที่อาจารย์โอบาตะ ได้รับอิทธิพลมาอย่างมาก หลังจากที่ขัดเกลา ฝีมือเพิ่มเติม อาจารย์โอบาตะ ก็ได้ปล่อยผลงานเดบิวต์ ของตัวเอง นั่นก็คือมังงะเรื่อง Cyborg Jii-chan G มังงะแนวตลก ที่ได้รับอิทธิพล

จากการ์ตูนมนุษย์แปลง ของอาจารย์อิชิโนะโมริ ผลงานเรื่องนี้ ตีพิมพ์ในนิตยสารโชเน็นจัมพ์ รายสัปดาห์ในช่วงปี ค.ศ. 1989 แต่ตอนนั้น อาจารย์โอบาตะยังใช้นามปากกาว่า ฮิจิคาตะ ชิเงรุ แม้ว่าพล็อตเรื่อง จะเข้าใจง่าย มีลายเส้นสวยงาม แถมใส่มุกที่แดกดัน พวกการ์ตูนกับซีรีส์ แนวโทคุซัทสึ

หรือแม้แต่ภาพยนตร์ ที่ฮิตในช่วงนั้นอย่าง Robocop ทว่า นิตยสารโชเน็นจัมพ์รายสัปดาห์ ในช่วงปี ค.ศ. 1980 ตอนปลาย กับ ค.ศ. 1990 ตอนต้น ถือว่าเป็นยุคทอง ของตัวนิตยสาร มีมังงะยอดฮิต อยู่หลายเรื่อง ทั้ง ดราก้อนบอล

ที่ตอนนั้นเริ่มเข้าสู่ ช่วงต่อสู้กับเบจิต้า, โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ ที่เดินเรื่องในช่วงภาคสาม, เซนต์เซย์ย่าที่อยูในช่วงปลายของการต่อสู้กับเทพสมุทร ฯลฯ การ์ตูนตลกที่ไม่ได้มีโครงเรื่องแข็งแรงมากนักอย่าง Cyborg Jii-chan G จึงถูกตัดจบภายในช่วงปีเดียวกัน

อ่านเรื่องอื่น : ผจญภัยตามใครเลือก

แทงบอล
บาคาร่า
PG SLOT

You may have missed

1 min read
1 min read
1 min read
1 min read