มิถุนายน 13, 2021

payoncebiz.com

แหล่งรวมเนื้อหาสาระ และ ความบันเทิง

ทักษะชีวิตที่ต้องอัพเกรด

ในยุคที่อะไรๆ ก็เร็วไปหมด การมีทักษะเดียวที่ลงลึกอาจไม่ได้หมายความถึงการอยู่รอด การพัฒนาทักษะเชิงดิจิทัลจึงเป็นสิ่งสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แค่หยุดหาความรู้ใหม่ๆ มาใส่ตัว ก็เท่ากับเราเดินตามหลังคนอื่นแล้ว ‘Digital Transformation’ คำนี้เราน่าจะได้ยินกันบ่อยขึ้น
ทักษะชีวิตที่ต้องอัพเกรด

ทักษะชีวิตที่ต้องอัพเกรด

ทักษะชีวิตที่ต้องอัพเกรด ในยุคที่อะไรๆ ก็เร็วไปหมด การมีทักษะเดียวที่ลงลึกอาจไม่ได้หมายความถึงการอยู่รอด การพัฒนาทักษะเชิงดิจิทัลจึงเป็นสิ่งสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แค่หยุดหาความรู้ใหม่ๆ มาใส่ตัว ก็เท่ากับเราเดินตามหลังคนอื่นแล้ว ‘Digital Transformation’ คำนี้เราน่าจะได้ยินกันบ่อยขึ้น

การเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ดิจิทัล กลายเป็นสิ่งที่บริษัทต่างๆ พยายามทำ สร้างศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจให้เท่าทันเทคโนโลยีที่กำลังเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว ความท้าทายที่ว่าไม่เกิดแค่กับเฉพาะผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพนักงาน และเหล่านักศึกษาที่กำลังก้าวสู่โลกของการทำงานในอนาคต เมื่อสกิลที่มาจากห้องเรียนและตำราอาจไม่เพียงพอ

เพราะถ้าอยากไปให้ไกล ทุกคนต้องเติมทักษะเชิงดิจิทัลใหม่ๆ ไว้กับตัว เตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง และอัพเกรดตัวเองให้เท่าทัน Skooldio จึงพัฒนาเทคโนโลยีด้านการศึกษา (Edtech) เปิดคอร์สสอนทั้งออฟไลน์และออนไลน์ หยิบเฉพาะชุดทักษะสมัยใหม่ที่กำลังเป็นที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนโปรแกรม วิทยาศาสตร์ข้อมูล กระบวนการคิดเชิงออกแบบ หรือการทำธุรกิจดิจิทัล

ชวนคุยกับ ดร.วิโรจน์ จิรพัฒนกุล Co-Founder ของ Skooldio ว่าทำไมเราต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา? ถ้าเราหยุดเรียนรู้เราจะตามคนอื่นไม่ทันจริงหรือ? โลกมันน่ากลัวขนาดนั้น… แล้วทักษะอะไรบ้างที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดตอนนี้?

ช่วงนี้คอร์สเรียนออนไลน์บูมมากๆ ทำให้เกิดทัศนคติว่า ‘ต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา’  คุณมีคิดเห็นยังไงกับทัศนคตินี้

วิโรจน์: ส่วนตัวผมเชื่อเรื่องการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะทุกครั้งที่คนทำงานเงินเดือนเพิ่มขึ้น บริษัทก็เพิ่มคาดหวังจากเราด้วยเช่นกัน เราจึงต้องสามารถทำอะไรได้มากกว่าเดิม มีความรับผิดชอบมากกว่าเดิม นั่นแปลว่าเราจะต้องมีทักษะมากกว่าเดิม ทุกคนจึงต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลา พอ COVID-19 เข้ามา เราทำงาน work from home กันหมด

จากที่เสียเวลาออกจากบ้านหนึ่งชั่วโมง เดินทางกลับบ้านอีกชั่วโมงหนึ่ง เรามีเวลาสองชั่วโมงกลับมาทันที ซึ่งเราสามารถเอาเวลานี้ไปทำอะไรก็ได้ จะนอนเฉยๆ ก็ได้ หรือจะดูซีรีส์ก็ได้ หรือจะเอาเวลาสองชั่วโมงนั้นมาพัฒนาตัวเอง การพัฒนาตัวเองสำคัญมากขึ้นในยุคนี้ พอเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว พฤติกรรมลูกค้าก็เปลี่ยนไป

แต่ก่อนเราเคยใช้ชีวิตในโลกออฟไลน์ แต่ปัจจุบันทุกอย่างเราทำผ่านเว็บไซต์หรือผ่านแอปฯ ทั้งหมด ฉะนั้นเทคโนโลยีเปลี่ยน ความต้องการของลูกค้าเปลี่ยน กลายเป็นว่าทุกธุรกิจต้องเริ่มปรับตัว เรากำลังถูกดิจิทัลเข้ามาเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงานของธุรกิจ ใครที่เรียนรู้ได้เร็ว จะมีโอกาสเป็นคนเก่งที่สุดได้ไม่ยาก

เช่น วันนี้มีเรื่องใหม่ออกมาซึ่งยังไม่มีใครรู้มาก่อน แต่ถ้าเรารู้เป็นคนแรก ตั้งใจศึกษา เข้าใจ ทดลองใช้ เราจะเป็นผู้เชี่ยวชาญก่อนคนอื่น นั่นคือโอกาสที่เราจะเติบโตในอาชีพการงานครับ

ทัศนคติที่ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา เป็นการกดดันตัวเองมากเกินไปไหม

วิโรจน์: ก็กดดันนะ แต่สุดท้าย ถ้าเราบาลานซ์ได้ ถ้าเราโอเคกับตำแหน่ง กับเงินเดือน ไม่อยากเติบโตไปไกลกว่านี้ การอยู่เท่าเดิมก็ไม่ใช่เรื่องผิด ถ้าเราเลือกให้ความสำคัญกับส่วนอื่นๆ ในชีวิต เช่น อยากใช้เวลากับคนรัก ครอบครัว หรืองานอดิเรก งานหลักทำแค่ส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือฉันอยากจะไปขายของออนไลน์

ไปชมนกชมไม้ก็ได้ แล้วแต่ว่าใครให้คุณค่ากับอะไรในชีวิตมากกว่ากันครับ แต่ถ้าอยากประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน การพัฒนาตัวเองเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เราอยู่ในยุคที่ถ้าอยู่เฉยๆ ก็เท่ากับเราถอยหลังแล้ว เพราะคนอื่นเขาจะพัฒนาได้เร็วกว่าเรา มนุษย์โดยทั่วไปตามหลักจิตวิทยามนุษย์ จะรู้สึกดีขึ้นถ้าเราทำอะไรยากๆ ได้สำเร็จ

เช่น เวลาเล่นเกมชนะ หรือทำชาเลนจ์ยากๆ สำเร็จ เราจะหลั่งฮอร์โมนให้รู้สึกดี ฉะนั้นเราจะทำยังไงให้การทำงานเป็นเรื่องสนุก คือ life กับ work มันแยกกันไม่ได้ 100% หรอกครับ การมีอาชีพการงานที่ดี ชีวิตเราก็ดีขึ้น ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องเดียวกัน

คำว่า ‘เก่ง’ คำว่า ‘ประสบความสำเร็จ’ มีอะไรเป็นตัววัดไหม

วิโรจน์: แล้วแต่คนเลยนะ อาจจะไม่ใช่แค่เงินเดือนขึ้น ไม่ใช่การมีอาชีพที่ดี หลายคนความสำเร็จคือการทำอะไรแล้วมีผลกระทบ (impact) กับสังคม มีประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตของคนอื่น

ทำไมคนเราต้องเรียนรู้ทักษะหลากหลาย หรือว่าปัจจุบันการมีทักษะเดียวมันไม่พออีกต่อไป

วิโรจน์: ใช่ครับ ทุกวันนี้การมีทักษะเดียวไม่พอ จริงๆ ก็มีมาตั้งแต่อดีตแล้วนะ ว่าคนทำงานได้ดีจะต้องเป็นคนที่รู้รอบ ยกตัวอย่างผู้บริหารองค์กรที่ประสบความสำเร็จ ทักษะที่เขามีคือการเห็นภาพกว้าง รู้ว่าโปรดักต์ที่ดีเป็นยังไง เขาต้องมีเซนส์เรื่องโปรดักต์ การตลาด การเงิน เศรษฐกิจ หรือเทคโนโลยี

เพราะฉะนั้นคนเก่งต้องมีทักษะหลากหลายอยู่แล้ว แต่ทุกวันนี้เทคโนโลยียากๆ เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เช่น การเขียนโค้ด การทำแอปฯ การเขียนโปรแกรม คนที่ไม่รู้อะไรเลยก็จะไปต่อยากมาก ทุกวันนี้ทุกบริษัทอยากทำแอปฯ แต่ถ้าคุณเอาโปรเจกต์เมเนเจอร์ที่ไม่เข้าใจเลยการทำแอปฯ มาทำงาน เขาจะไม่รู้ว่าต้องเริ่มยังไง ต้องคุยอะไรกับทีม เขาก็จะบริหารโปรเจ็กต์แบบไม่เข้าใจอะไรเลย

ถ้าอย่างนั้นการเก่งเรื่องเดียวแล้วเชี่ยวชาญ กับการเก่งหลายๆ ด้านแบบพื้นฐาน คุณคิดว่าแบบไหนสำคัญกว่ากัน

วิโรจน์: จริงๆ ได้ทั้งคู่ แต่ดีที่สุดการมีทักษะแบบ T-shaped คือตัว T จะมีหนึ่งด้านที่เรารู้ลึกกว่าคนอื่น ในขณะเดียวกันเราก็ควรรู้เรื่องอื่นๆ รอบๆ ทักษะนั้น แล้วเราจะทำงานร่วมกับคนอื่นได้ดีมากยิ่งขึ้น บางครั้งคนที่รู้เรื่องเดียว เขาเก่งมากๆ แต่คุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง ซึ่งคนรู้ลึกมักจะเป็นนักวิจัย แต่น่าเศร้าที่เรามักได้ยินว่างานวิจัยขึ้นหิ้ง

คือตอนวิจัยเขาไม่ได้มองภาพกว้างว่าตลาดมีอะไร เช่น เขาวิจัยสุดยอดวัสดุมาเลย แข็งแรง น้ำหนักเบา แต่ไม่รู้เอาไปทำอะไรได้ ฉะนั้นถ้าเขามีทักษะทางธุรกิจก็จะตอบโจทย์มากกว่าเดิม งานวิจัยชิ้นนั้นก็จะมีคุณค่าทางธุรกิจขึ้นมาทันที

อ่านเรื่องอื่น เทียบกระดานหุ้นสหรัฐ-ไทย

แทงบอล
บาคาร่า
PG SLOT