พฤษภาคม 11, 2021

payoncebiz.com

แหล่งรวมเนื้อหาสาระ และ ความบันเทิง

ตำลึง

ตำลึง

ตำลึง

ตำลึง

ตำลึง (ชื่อวิทยาศาสตร์: Coccinia grandis (L.) Voigt) เป็นไม้เลื้อยที่มีมือจับใช้สำหรับเลื้อยเกาะต้นไม้ใหญ่หรือไม้ปักหลัก มีสีเขียวจัดเป็นสมุนไพรไทย ตำลึงมีชื่อท้องถิ่นอื่นอีกคือ ผักแคบ (ภาคเหนือ) แคเด๊าะ (กะเหรี่ยงและแม่ฮ่องสอน) ตำลึง,สี่บาท (ภาคกลาง) ผักตำนิน (ภาคอีสาน)

ตำลึง (Ivy gourd) เป็นพืชที่พบได้ทั่วไปในทุกภาคของประเทศไทย ภาคกลางมีอีกชื่อเรียก สี่บาท ภาคเหนือ เรียก ผักแคบ อิสานเรียก ผักตำนิน แม่ฮ่องสอนเรียก แคเด๊าะ มีชื่อวิทยาศาสตร์ Coccinia grandis (L.) Voigt จัดอยู่ในวงศ์ Cucurbitaceae เป็นไม้เลื้อยที่มีใบทรงเลี่ยม ขอบใบหยัก คล้ายรูปหัวใจ มีอวัยวะสำหรับยึดเกาะที่เปลี่ยนรูปจากใบ ตำลึงมีวงชีพ 2 ปี ต้นที่งอกจากเมล็ดเจริญเติบโตได้ดีในฤดูฝนซึ่งมีความชื้นและแสงแดดเหมาะสม และเมื่อผ่านฤดูหนาวจะไม่ค่อยมีการเจริญเติบโตทางยอด เมื่อเข้าฤดูแล้ง ใบจะเหี่ยวแห้งและพักตัว โดยมีการสะสมอาหารไว้ที่รากและจะแตกยอดเป็นต้นได้อีกครั้งเมื่อได้รับน้ำและสภาพอากาศที่เหมาะสมในฤดูฝน ผลตำลึงสุกมีสีแดง เป็นอาหารของนก หนู และค้างคาว ซึ่งช่วยกระจายพันธุ์ โดยเมล็ดที่อยู่ในมูลสัตว์จะไปงอกในที่ไกลๆได้

แต่เดิมนั้นตำลึงเป็นผักพื้นบ้านที่ที่ขึ้นเองเลื้อยตามรั้วหรือตามพุ่มไม้อื่น แต่ปัจจุบันมีการปลูกเก็บยอดเพื่อบริโภคและการค้า โดยทั่วไปจะให้ผลผลิตมากในฤดูฝน แต่ในช่วงอื่นของปีตำลึงไม่ค่อยแตกยอดใหม่ทำให้ผลผลิตผักตำลึงมีน้อยและใบค่อนข้างแก่ การศึกษาปัจจัยทางกายภาพที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตทางลำต้นและการผลิตยอดใหม่เพื่อกระตุ้นให้มีการแตกยอดได้ตลอดปี

ตำลึง

ลักษณะของตำลึง

ลำต้นเป็นเถาไม้เลื้อยเนื้อแข็ง ใบเป็นใบเดี่ยว มีลักษณะเป็น 3 แฉก หรือ 5 แฉก กว้างและยาวประมาณ 4-8 เซนติเมตร โคนใบมีลักษณะเป็นรูปหัวใจ มีมือเกาะยื่นออกมาจากที่ข้อ ดอกเป็นดอกเดี่ยวหรือดอกคู่ มีลักษณะเป็นรูประฆัง กลีบดอกสีขาว แยกเพศอยู่คนละต้น ดอกออกตรงที่ซอกใบ ลักษณะของผลเป็นวงรีทรงยาวสีเขียวอ่อน เมื่อยามแก่จัดจะเป็นสีแดง เป็นที่ชื่นชอบของนกนานาชนิด

สรรพคุณของตำลึง

ผักตำลึงมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ประกอบด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด นิยมบริโภคใบอ่อน และยอด โดยทำต้มจืด แกงเลียง หรือลวกรับประทานกับน้ำพริก ยำใบตำลึง หรือใส่ในก๋วยเตี๋ยว และเนื่องจากมีรสจืดและไม่มีกลิ่นฉุนจึงนิยมใช้ประกอบอาหารสำหรับเด็กเล็ก นอกจากนี้ ส่วนต่างๆของตำลึงยังใช้แก้โรคและอาการต่างๆ เช่น ลดไข้ แก้อาเจียน รักษาโรคตาหลายชนิด อาการผดผื่นคันและอาการคันจากพิษแมลงกัดต่อย ท้องอืดท้องเฟ้อ รวมถึงใช้เป็นยาระบาย เป็นต้น พรรณเพ็ญ (2554) กล่าวถึงตำรับยาล้านนาที่มีผู้ปริวรรตไว้ พบว่ารากหรือเถาตำลึงเป็นส่วนประกอบในตำรับยาหลายขนาน จึงนับว่าตำลึงเป็นพืชผักพื้นบ้านที่ควรส่งเสริมให้มีการบริโภคเพราะมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและมีคุณประโยชน์ทางสมุนไพร

การปลูกตำลึง

การปลูกตำลึง สามารถปลูกโดยการเพาะเมล็ดหรือปักชำเถาแก่ในถุงก่อน แล้วจึงย้ายลงดินที่เตรียมไว้ ตำลึงชอบดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี ได้แก่ใช้ส่วนผสมของดินและทราย 1 : 1 หรือ 2 : 1 และคลุกดินด้วยปุ๋ยอินทรีย์ หลังปลูกราว 1 เดือน ต้นเริ่มมีการแตกยอดและเจริญเติบโตดี จึงควรปลูกบริเวณรั้วหรือทำร้านให้เกาะเลื้อย หลังจากเริ่มเห็นการเจริญเติบโตทางลำต้นแล้ว ควรให้ปุ๋ยอินทรีย์สม่ำเสมอเดือนละ 1-2 ครั้ง จะได้ยอดที่สมบูรณ์ ต้นตำลึงมีการผลิตยอดใหม่ได้ดีในฤดูฝน และหากได้รับแสงแดดเต็มที่จะยิ่งเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น เพราะตำลึงต้องการแสงแดดในการสร้างอาหารเพื่อนำไปใช้ในการผลิตและเจริญเติบโตของยอดและใบการตัดยอดก็จะกระตุ้นให้มีการแตกยอดใหม่เพิ่มมากขึ้น แต่ในช่วงที่สภาพอากาศแล้งมากและอากาศร้อนจัดถึงอุณหภูมิสูงถึง 40°C การพรางแสงช่วยให้สภาพใบดีกว่าต้นที่ได้รับแดดจัด แต่การรดน้ำปกติวันละ 2 ครั้ง ไม่ทำให้ต้นตำลึงแตกยอดใหม่ แต่ถ้าพ่นละอองน้ำในอากาศในช่วงบ่าย จะช่วยลดความร้อนและเพิ่มความชื้นในอากาศจะช่วยให้มีการแตกยอดได้

เพศของตำลึง

ตำลึง

ไม่ได้พิมพ์หัวข้อผิดแต่อย่างใด แต่จะบอกเอาไว้ว่าผักอย่าง ตำลึง ก็มีเพศได้เช่นเดียวกัน ลองสังเกตกันดูสักหน่อยว่าแกงจืดที่เรากำลังจะรับประทาน หรือทำให้ลูกน้อยได้ทานได้เป็นตำลึงประเทศไหนกันแน่ มีความต่างกันอย่างไร แล้วทำไมถึงจำเป็นต้องแยกเพศ ลองมาอ่านข้อมูลที่เราเอามาฝากกัน

ใบตำลึงเพศผู้

สำหรับใบตำลึงเพศผู้จะมีลักษณะมีหยักที่มากกว่า คนส่วนใหญ่ไม่นิยมนำมารับประทาน ใครที่ธาตุในร่างกายไม่ดี เมื่อทานใบ หรือยอดตำลึงเพศผู้เข้าไปก็อาจทำให้ท้องเสีย หรือถ่ายไม่หยุดได้ แต่ตำลึงเพศผู้นี้ก็มีข้อดีอยู่เหมือนกัน คือ มีสรรพคุณทางยา ช่วยดับพิษร้อน แก้ไข้ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ดีต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน อีกทั้ง ยังสามารถนำใบไปตำเพื่อใช้พอกผิดหนังแก้พิษของแมลงสัตว์กัดต่อยและแก้เริมได้ ส่วนดอกตำลึงก็ใช้ได้เมื่อเกิดอาการคันที่ผิวหนัง รากก็ใช้เป็นยาแก้ไข้และลดการอาเจียนได้

ใบตำลึงเพศเมีย

สำหรับใบตำลึงเพศเมียนี้มีวางขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป มีลักษณะใบค่อนข้างมน ขอบใบจะหยักไม่มาก สามารถนำมาปรุงอาหารได้ ปลอดภัยมากกว่า

ไม่ว่าจะเป็นตำลึงเพศผู้ หรือเพศเมีย ต่างก็เป็นผักที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายของเราทั้งสิ้น เพียงแต่ต้องเลือกนำมาใช้ให้ถูก ที่สำคัญต้องสังเกตลักษณะของตำลึงให้ดีก่อนนำมาบริโภคด้วย ไม่อย่างนั้นประโยชน์ที่ควรจะเกิดจะกลับกลายเป็นโทษที่ส่งผลเสียได้อย่างไม่รู้ตัว

เมนูตำลึง

  1. ต้มเลือดหมูตำลึง ตอนเช้ามาทำเมนูต้มเลือดหมูตำลึงกันไหม ทำเองใส่เครื่องในเยอะได้ตามชอบ ใส่ใบตำลึงลงไปด้วย ที่ขาดไม่ได้เลยคือกระเทียมเจียว

ส่วนผสม ต้มเลือดหมู

  • กระดูกหมู 300 กรัม
  • กระเทียม 2 หัว
  • รากผักชี 2 ราก
  • พริกไทยเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ
  • ตับหมู 200 กรัม
  • หัวใจหมู 200 กรัม
  • เลือดหมู 1 ก้อน
  • กระเพาะหมู 200 กรัม
  • ไส้อ่อนและไส้ใหญ่หมู 300 กรัม
  • พริกไทยป่น
  • ต้นหอมกับผักชีซอย 1/2 ถ้วย
  • กากหมูกระเทียมเจียว 1/2 ถ้วย
  • ตั้งฉ่าย
  • ใบตำลึง 1 ถ้วย
  • ซีอิ๊วขาว
  • พริกน้ำส้ม
  • พริกป่น
  • น้ำตาลทราย

วิธีทำต้มเลือดหมู

  1. จัดการล้างกระดูกหมูให้สะอาด ใส่ลงไปต้มกับน้ำเดือด ใส่กระเทียม ไม่ต้องทุบ ไม่ต้องปอกเปลือก แต่ล้างก่อน ใส่รากผักชี ใส่ถุงพริกไทยลงไป ตามด้วยกระเพาะหมูและไส้ใหญ่หมู ต้มประมาณ 1 ชั่วโมงหรือจนสุกเปื่อยก่อน
  2. หั่นตับสดเป็นชิ้นบางแต่ขนาดใหญ่ และแล่หัวใจหมูเป็นชิ้นบางแต่ใหญ่เหมือนตับ พักไว้
  3. เอาเลือดหมูมาหั่นสี่เหลี่ยมเต๋าพอคำ พอไส้อ่อนต้มสุกเปื่อยแล้วก็หั่นเป็นชิ้นพอคำ รอไว้เช่นกัน
  4. เคี่ยวน้ำซุปกระดูกหมูใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง หมั่นช้อนฟองออกด้วย นำส่วนผสมเครื่องในทุกอย่าง ได้แก่ เลือดหมู หัวใจหมู กระเพาะหมู ไส้อ่อน และไส้ใหญ่หมู ลงไปลวกในน้ำซุป จัดใส่ถ้วยที่รองก้นชามด้วยตำลึงและตั้งฉ่าย ใส่กากหมูกระเทียมเจียว จากนั้นเติมน้ำซุปร้อน ๆ ลงไป โรยหน้าด้วยพริกไทย ต้นหอม และผักชีซอย ปรุงรสด้วยพริกป่น พริกน้ำส้ม น้ำตาลทราย และน้ำปลา เสิร์ฟกับข้าวสวยร้อน ๆ

2 .แกงจืดตำลึง

ตำลึง

ส่วนผสม แกงจืดตำลึง

  • เต้าหู้ไข่ 1 หลอด
  • ใบตำลึง
  • หมูสับปรุงรส 100 กรัม
  • น้ำซุป 4 ถ้วย
  • เกลือป่น
  • กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา

วิธีทำแกงจืดตำลึง

  1. ล้างใบตำลึงให้สะอาด จากนั้นใส่ใบตำลึง และน้ำต้มสุกลงในเครื่องปั่น ปั่นผสมจนละเอียด นำไปกรองคั้นเอาเฉพาะน้ำ
  2. นำน้ำตำลึงคั้นที่ได้เทใส่หม้อนำไปต้มจนเดือด ยกลงจากเตา พักไว้จนเย็น
  3. เทน้ำตำลึงใส่แก้วตามด้วยน้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อม น้ำมะนาว และเกลือป่นเล็กน้อย คนผสมให้เข้ากัน เทใส่แก้วที่มีน้ำแข็งเตรียมไว้ พร้อมดื่ม

อ่านเรื่องอื่นต่อไป : โป๊ะเซียน

แทงบอล

บาคาร่า

PG SLOT