เมษายน 23, 2021

payoncebiz.com

แหล่งรวมเนื้อหาสาระ และ ความบันเทิง

ญี่ปุ่นกับหน้ากากอนามัย

แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นเรื่องน่าสนใจ ในการจัดการกับ COVID-19 ของญี่ปุ่น ก็คงต้องยกให้ ‘หน้ากากอนามัย’ นี่ล่ะครับ เพราะญี่ปุ่นเอง แต่เดิมก็ใช้หน้ากากอนามัย กันอยู่ประจำอยู่แล้ว พอมาจำเป็นต้องใช้กัน ก็คงไม่ได้รู้สึกแปลกอะไรมาก
ญี่ปุ่นกับหน้ากากอนามัย

ญี่ปุ่นกับหน้ากากอนามัย

ญี่ปุ่นกับหน้ากากอนามัย ในขณะที่เมืองไทย เริ่มที่จะไม่ค่อยยึดติดกับตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 เป็น 0 แล้ว (จากเหตุ VIP ที่เกิดขึ้นในไทย กลายเป็นการจุดประกายไป) แต่ที่ไทยก็ยังดูประชาชน พยายามกันเต็มที่ ใส่หน้ากากอนามัยกันเป็นประจำ

ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ผมยังสงสัยอยู่ เพราะไม่ได้อยู่เมืองไทยคือ ตกลงประชาชน หาหน้ากากอนามัยชิ้นละ 2.5 บาทได้ทั่วไปรึยังครับ? ส่วนทางญี่ปุ่น ที่สถานการณ์ COVID-19 จากที่มาดีๆ กราฟกำลังตก ก็เหมือนป่าแตก ยอดผู้ติดเชื้อต่อวันพุ่ง ส่วนทางรัฐกลับผ่อนคลาย นโยบายต่างๆ ลง เท่าที่ดูแล้วผมก็คงต้องมองว่า

เขาคิดว่า ต่อให้มีการระบาด แต่เศรษฐกิจก็ต้องเดินต่อ เลยเลิกแนวทางผ่อนปรนนโยบายต่างๆ ไม่อย่างนั้นเศรษฐกิจก็ทรุด รัฐก็ไปไม่ไหว เพราะการสู้กับโรคระบาดครั้งนี้ มันคือมาราธอน ต้องเล่นกันยาวๆ จะใช้ยาแรงตลอดอย่างเดียวไม่ได้ ตราบใดที่สถานพยาบาลรองรับไหว ก็ต้องยอมเสี่ยงกันแบบนี้ล่ะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นเรื่องน่าสนใจ ในการจัดการกับ COVID-19 ของญี่ปุ่น

ก็คงต้องยกให้ ‘หน้ากากอนามัย’ นี่ล่ะครับ เพราะญี่ปุ่นเอง แต่เดิมก็ใช้หน้ากากอนามัย กันอยู่ประจำอยู่แล้ว พอมาจำเป็นต้องใช้กัน ก็คงไม่ได้รู้สึกแปลกอะไรมาก ผมเองก็ติดนิสัยใช้หน้ากากอนามัยจากญี่ปุ่นนี่ล่ะ แต่ก่อนคือชอบใช้ตอนขึ้นเครื่องบิน เพราะอากาศในเครื่อง มีความเสี่ยงเชื้อหวัดอะไรสูงกว่า

ญี่ปุ่นกับหน้ากากอนามัย

กับอีกอย่างคือช่วยรักษา ความชื้นในคอของตัวเอง ป้องกันการเป็นหวัด แต่ในขณะเดียวกัน ก็ใช่ว่าทุกคนจะพร้อมใจ ใส่หน้ากากอนามัยกันหมด เลยเป็นที่มาของการรวมเรื่อง หน้ากากอนามัย ในสังคมญี่ปุ่นรอบนี้ครับ ที่เมืองไทยอาจจะมีแอพฯ ต้องสแกนเข้มงวดกว่าที่ญี่ปุ่น ที่นี่เท่าที่สังเกตคือ มีป้ายขอความร่วมมือให้ใส่หน้ากาก หรือปฏิเสธไม่ให้เข้าใช้บริการ

ถ้าเป็นห้างใหญ่ ก็มีการวัดอุณหภูมิ และมีที่กดเจลแอลกอฮอลให้ใช้บริการ เวลาขึ้นรถไฟหรืออะไร ก็มักจะเห็นเกือบทุกคน ใส่หน้ากากกันเป็นอย่างดีครับ แต่นั่นก็ใช่ว่าทุกคนจะใส่หน้ากากได้ นอกจากกรณีเด็กอายุน้อยกว่าสองขวบ ที่แพทย์ไม่แนะนำให้ใส่หน้ากาก เพราะกังวลความเสี่ยงเรื่องการหายใจไม่พอแล้ว ในสังคมก็มีคนอีกกลุ่ม ที่ไม่สามารถใส่หน้ากากได้เช่นกัน

หนึ่งในกลุ่มที่ว่าคือ ‘ผู้มีโรคประจำตัว’ เช่นบางคนมีปัญหา เรื่องผิวหนังกับการระบายความร้อนทางเหงื่อ ทำให้ไม่สามารถใส่หน้ากากได้ รวมไปถึงผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ หรือกลุ่มผู้มีอาการออติสติก ที่มีปฏิกิริยาต่อสิ่งกระตุ้น หรือการเปลี่ยนแปลงรุนแรงกว่าคนอื่น ทำให้ไม่สามารถ ใช้หน้ากากอนามัยได้ เพราะผิดไปจากปกติของตนเอง

ซึ่งรวมไปถึงกลุ่มผู้ดูแล และอาจารย์ที่สอนเด็ก กลุ่มที่มีอาการออติสติก ที่ไม่สามารถใส่หน้ากากได้ เพราะสำหรับเด็กพิเศษแล้ว นั่นคือสิ่งที่ต่างไปจากปกติ ทำให้พวกเขาไม่สบายใจ และรวมไปถึงความจำเป็น ที่สำหรับเด็กกลุ่มนี้แล้ว การสื่อสารด้วยสีหน้า และการอ่านปากก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ดังนั้นทั้งตัวเด็กและอาจารย์ จึงต้องพยายามป้องกัน การติดต่อให้มากกว่าปกติ

อีกกลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจคือ ‘ผู้ทำหน้าที่เลี้ยงเด็กเล็กหรือครูอนุบาล’ ที่มีรายงานว่า เวลาพาเด็กกินอาหาร ก็ต้องถอดหน้ากาก เพื่อให้เด็กได้เห็นหน้าของตัวเอง เพราะตอนป้อนอาหารให้เด็ก โดยใส่หน้ากากไว้ด้วย กลายเป็นว่าเด็ก ไม่สามารถเข้าใจกระบวนการ กินอาหารที่ถูกต้องได้ เพราะไม่เห็นหน้าและการขยับปากของครู ทำให้เด็กกลืนอาหารโดยไม่เคี้ยว จำเป็นที่อาจารย์ต้องถอดหน้ากาก แล้วใส่เฟชชิลด์เสริมแทน

แบบหลังนี่ยังดีหน่อย ที่อยู่ในที่ปิดและเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่กลุ่มแรกนี่ลำบาก เพราะต้องไปไหนมาไหน ในสภาพที่ไม่ได้ใส่หน้ากาก นอกจากจะเพิ่มความเสี่ยงให้กับตัวเองแล้ว ยังเป็นเป้าสายตาของคนรอบๆ ทำให้มีคนเริ่มทำเข็มกลัด และป้าย บอกว่า ‘ใส่หน้ากากไม่ได้’ พร้อมคาแรคเตอร์สุนัข แจกจ่ายให้คนกลุ่มนี้ เอาไปติดเพื่อที่คนรอบๆ จะได้เข้าใจได้ ส่วนหน้ากากอนามัยทั่วไปนั้น

หลังจากที่ขาดตลาดอย่างรุนแรง ตอนนี้สถานการณ์ก็เริ่มดีขึ้นมา ได้ประมาณสองเดือนแล้ว แม้ราคาจะแพงขึ้น กว่าสมัยก่อนหน้าการระบาด แต่ว่าก็หาซื้อได้ทั่วไป มีแบบกล่องใหญ่ขาย ไม่ต้องไปต่อคิวอะไร บ่ายๆ ก็ยังมีวางขาย บางร้านก็เห็นมีขายตลอด อาจจะแค่จำกัดจำนวนซื้อต่อคนบ้าง แต่ก็ดีที่มีการห้ามนำไปขายต่อ และการแบนในเว็บ ขายของมือสองเพื่อหากำไร

ประกอบกับการมีหน้ากากผ้า ขายแบบล้นหลามจนเลือกไม่ไหว เรียกได้ว่าตอนนี้ไม่ได้ขาดอะไร เหลือแต่ว่าใครจะเลือกใช้อะไรแบบไหน ซึ่งนั่นก็กลายเป็นเรื่องน่ายินดี ที่ชวนปวดหัวของชายคนหนึ่ง นั่นก็คือ นายกรัฐมนตรีอาเบะ ชินโซ (Abe Shinzō) นั่นเอง เพราะที่ผ่านมา ตอนช่วงที่การระบาดเริ่มกลายเป็นปัญหา และหน้ากากอนามัยขาดตลาด

นายกฯ อาเบะก็ได้แก้ปัญหาด้วยการ แจกหน้ากากอนามัยแบบผ้า ให้กับทุกครัวเรือน ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ในสังคมญี่ปุ่น เพราะใช้งบประมาณเยอะมาก แต่ดูเหมือนจะได้น้อยมาก แบบสวนปรัชญามินิมอล เพราะนอกจากเปลืองแล้ว กว่าจะแจกจ่ายก็ยังช้ามาก บางพื้นที่กว่าจะได้รับหน้ากาก ก็หาซื้อหน้ากากอนามัย ทั้งแบบใช้แล้วทิ้ง และแบบผ้าได้ไม่ยากเย็นเท่าไหร่

กลายเป็นของที่ไม่จำเป็นไป ซึ่งจำนวนที่แจกก็ตลกดี คือครัวเรือนละสองชิ้น ถ้ามีห้าคนก็รับกรรมไปสามคน แถมขนาดก็เล็ก จนดูไม่มีประโยชน์อะไรถ้าคุณจมูกโด่ง ยังไม่นับเรื่องของไม่ได้มาตรฐาน บางคนที่ได้รับ ก็มีเชื้อราในหน้ากาก มีรอยสกปรก จนสายด่วนรับ แจ้งปัญหาแทบไหม้ กลายเป็นข่าวใหญ่ ทำให้รัฐหน้าเสียไปรอบนึง

อ่านเรื่องอื่น : กลยุทธ์นักพัฒนาเกม

สนับสนุนโดย Joker Slot , Sa game ,
 Sexy Game ,Joker Game , 
UFABET 72 , Esport , Sa gaming ,
 Sexy gaming , Sa gaming , 
joker gaming , Joker slot ,
 Slot game , Joker slot ,
Joker slot, Slot Game