พฤษภาคม 11, 2021

payoncebiz.com

แหล่งรวมเนื้อหาสาระ และ ความบันเทิง

คนเห็นผี

คนเห็นผี

คนเห็นผี สวัสดีครับชาวเน็ตทุกท่าน ผมเคยคิดจะมาเล่าเรื่องนี้ให้ทุกท่านอ่านตั้งนานแล้ว แต่มันจะดูเหมือนผมอวดหรือผมโม้แต่งเรื่องขึ้นเองเกินไป จนช่วงที่ผ่านมานี้ กระแสกระทู้ของ “วัยเบญจเพส” เป็นที่นิยมอย่างมากผมเลยอยากลองเขียนสิ่งที่ผมต้องเจออยู่ทุกๆคืนให้ทุกท่านได้ลองอ่านกันดูเพื่อจะชอบใจ เพื่อไม่ให้เสียเวลาต่อการอ่านของทุกท่านขอเริ่มเลยแล้วกัน……..

คนเห็นผี

ผมขอเล่าสิ่งที่กลัวและหลอกหลอนในหัวผมจนถึงทุกวันนี้ก่อนเลยนะครับ……….ตอนนั้นผมอยู่อนุบาล 2 ผมเล่นซ้อนหากับเพื่อนหลังเลิกเรียน เล่นกันจนพระอาทิตย์ใกล้จะตกแล้ว ตอนนั้นผมเล่นเป็นคนซ่อน ผมเลยซ่อนตรงหลังต้นไม้ต้นนึ่ง ไม่รู้ว่าต้นอะไรเหมือนกันจำไม่ได้แล้ว แต่กิ่งใหญ่และลำต้นใหญ่มาก ผมแอบเพื่อนอยู่หลังต้นไม้ จนมีผู้หญิงคนนึ่งถือเก้าอี้และเชือกเดินเข้ามาหาผม ผมก็งงว่าใครกันนะ แต่ผู้หญิงคนนี้สวยมากครับ ผมจำได้ไม่ลืมเลือนเลย เขาค่อยๆเดินเข้ามา วางเก้าอี้ลง….แล้วยืนบนเก้าอี้…..จากนั้นก็เหวี่ยงเชือกแล้วผูกเชือกเป็นห่วง ผมยังคงอึ่งอยู่ ได้แต่ดูไปเรื่อยๆไม่รู้จะทำอะไรต่อ จากนั้นเธอคนนั้นค่อยๆสวมห่วงเชือกไปที่คอ จากนั้น ทั้งสองมือของเขาก็ปล่อยแนบอยู่ข้างลำตัว และใช้ขาข้างนึ่งถีบเก้าอี้ที่เขายืนอยู่ให้ล้มลง ผมยังคงนั่งดูอยู่ด้วยความมึนงง ผมเห็นร่างกายหญิงสาวคนนี้ที่มีเชือกลัดคออยู่ ไม่เคลื่อนไหวอะไรเลย …….สักพักนึ่ง….ร่างกายเขากระตุกและสั่นเหมือนเจ้าเค้าพยามดิ้นทุรณทุราย ใบหน้าเขาจากที่ขาวกับม่วงเขียวและขาวซีดปนกันอยู่ อาปากพะงาบๆ อยู่สักพักนึ่ง แล้วนิ่งไป ผมก็ยังคงนั่งอยู่ตรงนั้นด้วยความหวาดกลัวไม่กล้าที่จะลุกขึ้นหนีไป จนกระทั้ง ….. หญิงสาวคนนั้นหล่นลงมาจากต้นไม้หล่นลงมาที่ข้างหน้าผม ……แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ลุกขึ้นยืน หยิบเชือกที่รัดคออยู่ออกจากคอและหยิบเก้าอี้ที่ล้มลง และเดินจากผมไป ผมรู้สึกกลัวมากกำลังจะลุกไปจากต้นไม้ต้นนี้แล้วรีบวิ่งหนีไป แต่ไม่ทันได้ลุก ……ผู้หญิงคนนั้นก็กลับมาอีกครั้ง และทำแบบเดิมอีก ทำซ้ำๆ แบบนี้ไปเรื่อยๆเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไวมากจนผมไม้รู้จะทำอะไรต่อแล้วได้แต่นั่งร้องให้ใต้ต้นไม้นั้น จนครั้งนึ่ง หลังจากที่เธอดิ้นทุรณทุราย เธอลืมตาขึ้นมา ดวงตาของเธอแดงมากเห็นเส้นเลือดสีแดงเป็นเส้นๆ แล้วบอกกับผมว่า “มัวแต่มองอยู่ได้หาทางช่วยพี่หน่อยสิ” สิ้นเสียงคำนี้ผมทนไม่ไหวแล้วจริงๆวิ่งร้องให้กลับบ้านแล้วไม่กล้าออกไปเล่นข้างนอกอีกเลย จนตอนนี้ ผมยังคงจำใบหน้าหญิงสาวที่ผูกคอตายต่อหน้าผมไม่ลืมเลือนเลย

หลายคนบอกว่า ผมเห็นผีแล้วแบบนี้ก็ไม่ต้องกลัวโดนหลอกแล้วสิ ผมบอกเขาไปว่ากลัวสิแต่การหลอกของผีจะหนักกว่าคนธรรมดา ตรงที่ว่า “หลอกให้ไปตายเลย” คุณลองคิดดูสิครับว่าล่ะหว่างคนหลอกกับผีหลอกอะไรน่ากลัวกว่ากัน??? บางคนคิดว่าคนสิหน้ากลัวกว่า บางคนคิดว่าฉันว่าผีนะเพราะทำอะไรมันไม่ได้ แต่อย่าลืมนะครับก่อนที่พวกเขาจะเป็นผีก็เคยเป็นคนมาก่อน เรื่องที่คนที่โดนแบบมาแต่เสียงมาแต่กลิ่น บ้างเห็นน่าเน่าเละ หรืออะไรที่ผีทำแล้วหลอน ผมบอกเลยว่านั้นแค่เด็กๆมากๆ เขาแค่ต้องการบุญกุศลจากคุณ หรือหลอกคุณไม่ให้เข้าไปยุ่งกับเขาหรือสิ่งที่เขาหวงอยู่ แต่ถ้าผมโดนหลอกทีนี้คือเอาถึงตายเลยครับ คุณเคยได้ยินเรื่องตัวตายตัวแทนอะไรทำนองนี้ไหม ผมก็เคยโดนมาเหมือนกัน ตอนนั้นก็ยังคงเด็กอยู่ (ช่วงวัยเด็กผมยังแยกไม่ออกระหว่างคนกับผีครับ มาแยกออกได้จริงๆก็ตอน ป.5 เลย) ตอนนั้นผมไปเที่ยวกับแม่ที่ ที่ นึ่ง จำไม่ได้เหมือนกันว่าที่ไหน รู้สึกจะมีต้นไม้ภูเขาธรรมชาติมากมาย เราเที่ยวกันจนเย็นเลยครับ ผมก็ยังคงสนุกกับการเที่ยวชมธรรมชาติอยู่ ตอนนั้นผมเดินชมธรรมชาติไปเรื่อยๆ เจอลุงคนนึ่งนั่งอยู่ ผมก็มองด้วยความสงสัยว่าลุงแกเป็นอะไรทำไมมานั่งคนเดียว สักพักนึ่งลุงแกกวักมือเรียกผม ผมก็ไปหาแก แต่แล้ว……. เสียงแม่ผมเรียก ผมจึงหันไปดูปรากฏว่าผมเดินเพลินจนห่างจากแม่มาไกลมาก แต่ผมไม่ได้หลงนะ เพราะมันเป็นพื้นที่โล่งกว่างและผมเดินตรงมาอย่างเดียว แล้วผมหันกลับไปดูอีกทีลุงคนนั้นยังคงกวักมือเรียกผมอยู่ แต่ผมไม่ได้ไปหาลุงแก ผมรีบกลีบไปหาแม่ แม่ถามว่าผมถามว่าไปไหนมา ผมบอกว่า “ผมเดินไปเรื่อยๆ แล้วเจอลุงคนนึ่งเขากวักมือเรียกผมด้วย ผมกำลังจะไปหาลุงแต่แม่เรียกผมพอดี ผมเลยรีบวิ่งมาหาแม่เพราะแม่บอกว่าไม่ให้ผมไปยุ่งกับคนแปลกหน้า” พ่อกับแม่ผมอึ่งมากและปลอบผมว่า ผมเป็นเด็กดีแล้ว และหลังจากนั้นก็ขึ้นรถกลับบ้านไป จนผมมารู้ความจริงเมื่อตอนที่แยกผีกับคนออกแล้วว่า เราไปเที่ยวกันแล้วเรากลับกันเป็นครอบครัวสุดท้ายเพราะมัวแต่ตามหาผมอยู่ และลุงคนนั้นไม่น่าจะใช่คนเพราะว่า บริเวณนั้นเป็นเหวที่ตกลงไปมีแต่ตายอย่างเดียว ไม่มีคนปกติคนไหนไปนั่งตรงนั้นแน่ๆ แม่ผมบอกว่า เหวตรงนั้นมีคนตายมาหลายคนแล้วเพราะเดินกันไม่ระวังและตกเหวนั้นไปมันมีป้ายเตือนเรื่องเหวนะ แม่ผมบอกแล้วถามว่าผมไม่ให้เห็นป้ายเตือนและที่กั้นบ้างหรอ ผมบอกแม่ว่าไม่เหนอะไรเลยนอกจากลุงคนนั้นที่กวักมือเรียกผมอยู่ แม่บอกว่าผมโชคดีแล้วที่ได้ยินเสียงแม่ไม่งันได้ตกไปตายแน่ๆ

ทำตามวิธีเหล่านี้ คุณอาจจะสามารถสัมผัสสิ่งลี้ลับได้

แต่ขอบอกก่อนว่านี่เป็นความเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้น ไม่ได้ชี้ชวนให้เชื่อ หรือลบหลู่ใดๆ โปรดใช้วิจารณญาณด้วย

ผีถ้วยแก้ว หรือกระดาน Ouija

เชื่อว่าคนไทยเรารู้จักผีถ้วยแก้วกันมาทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะช่วงวัยรุ่นวัยที่กำลังอยากรู้อยากลอง เรื่องพวกนี้ก็มักจะวนเวียนมาท้าทายความกล้าอยู่เสมอ

เรื่องแรกเป็นประสบการณ์ตรงของผู้เขียนและเพื่อนๆ สมัยมัธยม เนื่องจากได้ย้ายไปเรียนที่ต่างจังหวัดในโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง จึงต้องอาศัยที่หอพัก กลับบ้านได้เฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ สมัยนั้นทางโรงเรียนจะให้เด็กนักเรียนนอนหอรวม ซึ่งเป็นอาคารเก่าๆ ทรุดโทรมบ้างบางส่วน แยกเป็นหอหญิงและหอชาย หอหญิงก็จะเป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้นบนแบ่งเป็นซอยห้องๆ ประมาณ 20-30 ห้อง ให้เด็กนอนห้องละ 4 คน ชั้นล่างเป็นห้องทำการบ้าน ห้องน้ำ ลานซักล้าง และโรงเก็บรถจักรยาน ด้านหลังหอเป็นป่ารกร้าง เพื่อนคนหนึ่งเกิดอยากเล่นผีถ้วยแก้ว ก็รวมตัวกันมา 5 คนเล่นผีถ้วยแก้วกันตอนดึกๆ ประมาณตี 1 แรกๆ ก็ไม่เชื่อนะ แต่พอลองเล่น เฮ้ย…แก้วมันเคลื่อนที่ได้เองจริงๆ ด้วย ทุกคนมองหน้ากันแบบหวั่นๆ แต่ก็ไม่มีใครกล้าเอามือออก เพื่อนคนที่กล้าที่สุดก็เลยถามว่า ชื่ออะไร ตายยังไง ตอนนี้อยู่ตรงไหน ปรากฏว่าถ้วยแก้วเคลื่อนไปที่อักษรแต่ละคำสะกดได้เป็นชื่อคนจริงๆ แถมยังบอกว่าผูกคอตายอยู่ที่หลังหอพัก และที่พีคสุดคือ บอกว่าตอนนี้นั่งอยู่ร่วมวงกับพวกเราด้วย แค่นั้นแหละทั้งวงกรี๊ดแตก แต่ยังมีสติทำพิธีเชิญออกก่อนจะปล่อยมือ จากนั้นก็กระจายตัวกันรีบคลุมโปงนอน แทบไม่กล้าจะเอาหน้าออกมานอกผ้าห่มเลย จากเหตุการณ์นี้ทำให้เราเชื่อว่าโลกของวิญญาณมีอยู่จริง สัมผัสได้แบบขนลุกเกรียว

วิธีเล่นผีถ้วยแก้ว

นำกระดานตัวอักษรและถ้วยแก้วมาวางบนพื้น ล้อมวงรอบๆ กระดาน ก่อนเล่นจะต้องมีการอัญเชิญวิญญาณมาเข้าในถ้วย ผู้ที่เล่น 3-5 คน ต้องตั้งจิตเป็นสมาธิ สำรวม มีสติ เอานิ้วชี้แตะรวมกันไว้บนถ้วยแก้วที่คว่ำลง แล้วท่องคาถาเรียกผีว่า พุทโธธายะ 3 รอบ จากนั้นถามคำถามที่อยากรู้ ถ้าเชิญวิญญาณมาได้ ถ้วยจะเริ่มขยับไปตามอักษร ระหว่างที่เล่นอย่าดึงมือออก อย่าหงายถ้วยแก้ว เพราะเชื่อว่าวิญญาณจะเข้าสิงคนที่เล่น และพอจะเลิกเล่น ต้องเชิญวิญญาณออกทุกครั้ง

คนเห็นผี

ชิงเปรต

เรื่องนี้เป็นความเชื่อเกี่ยวกับเปรตหรือผีจำพวกที่อยู่ต่ำที่สุดในขุมนรกที่ลึกที่สุด เชื่อกันว่าผู้ที่ทำบาปหนาชั่วช้ามาก เช่น ฆ่าบุพการี เผาวัด เผาบ้านเรือนผู้อื่น หรือตระหนี่ไม่เคยให้ทาน พอตายไปแล้วจะต้องมาเป็นเปรตชดใช้กรรม ปัจจุบันคนไทยมีประเพณีเกี่ยวกับการให้ทานแก่เปรต เรียกว่าวันสารทไทย นอกจากทำบุญทำทานให้เปรตแล้ว ยังถือเป็นวันบุญใหญ่ที่คนไทยทำบุญให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว แต่ที่โด่งดังและมีเสียงร่ำลือว่าเฮี้ยนมาก น่าจะเป็นพิธี ‘ชิงเปรต’ ของภาคใต้

ปัจจุบันคนไทยมีประเพณีเกี่ยวกับการให้ทานแก่เปรต เรียกว่าวันสารทไทย นอกจากทำบุญทำทานให้เปรตแล้ว ยังถือเป็นวันบุญใหญ่ที่คนไทยทำบุญให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว แต่ที่โด่งดังและมีเสียงร่ำลือว่าเฮี้ยนมาก น่าจะเป็นพิธี ‘ชิงเปรต’ ของภาคใต้ บนห้างร้านที่ตั้งเครื่องให้เปรต จะมีสายสิญจน์วงล้อมไว้รอบและต่อยาวไปจนถึงพระสงฆ์ที่นั่งอยู่ในวิหารที่เป็นที่ทำพิธีกรรม โดยสวดบังสุกุลอัฐิหรือกระดาษเขียนชื่อของผู้ตาย ส่วนใครที่อยากเห็นผีเปรตสักครั้งในชีวิต แนะนำว่าให้ลองดูในวันชิงเปรต

คนเห็นผี

วิธีเห็นผีเปรต

เตรียมข้าวต้มมัด 3-4 มัด นำเชือกฟางมาผูกข้าวต้มมัดไว้รอบเอว เดินทางไปที่โบสถ์ในวัดที่ขึ้นชื่อว่ามีเปรตขอส่วนบุญอยู่ เดินพนมมือวนรอบโบสถ์ 3 รอบ ทวนเข็มนาฬิกา แล้วหันหลังให้โบสถ์เดินออกจากวัด พอพ้นเขตวัดให้หันกลับมามองหลังคาโบสถ์ เชื่อกันว่าจะเห็นเปรตยืนค้ำหลังคาโบสถ์อยู่

ก้มหน้าลอดหว่างขา

เรื่องนี้ไม่ได้มีประสบการณ์มากับตัว (กลัวเจอเลยไม่กล้าพิสูจน์เอง) จะขอเล่าถึงความเชื่อที่มีมานมนานเกี่ยวกับวิธีการเห็นผีวิธีนี้ก็แล้วกัน ว่ากันว่าเป็นวิธีการเห็นผีที่คนไทยเชื่อกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ถ้าใครเคยดูหนังเรื่องแม่นาค ก็จะเห็นว่ามีฉากที่มีคนลองก้มลอดหว่างขาแล้วเห็นผีแม่นาคปรากฏตัว มาถึงสมัยนี้ คนไทยก็ยังเชื่อว่าการก้มลอดหว่างขายามกลางคืนจะทำให้เห็นผีได้ จากการฟังเรื่องเล่ามาหลายเรื่อง ส่วนใหญ่คนที่เดินทางไปท้าสิ่งลี้ลับตามบ้านร้าง ตึกร้างต่างๆ แล้วก้มลงมองใต้หว่างขาแบบนี้ ก็มักจะเจอดีทุกคน

วิธีเห็นผีใต้หว่างขา

ต้องลองทำคนเดียวเวลากลางคืน เดินทางไปในสถานที่ที่คิดว่ามีวิญญาณอยู่ ยืนในที่โล่ง หันหลังไปทางทิศตะวันตก หมุนตัวตามเข็มนาฬิกา พอครบรอบแล้วให้ท่องคาถาว่า พุทโธทายะ ทำแบบนี้ 3 รอบ ท่อง 3 ครั้ง หลับตาเพ่งสมาธิให้ติดต่อกับวิญญาณ กางขาออก ค่อยๆ ก้มหัวลงไปลอดหว่างขา แล้วลืมตา ถ้าเห็นผีไม่ว่าจะน่ากลัวแค่ไหน ต้องตั้งสติดีๆ อย่าวิ่ง รีบเงยหน้าขึ้นหมุนตัวทวนเข็มนาฬิกา 3 รอบ แล้วออกมาจากตรงนั้นทันที

เคาะถ้วยข้าวทาง 3 แพร่ง

เรื่องนี้เป็นความเชื่อทั้งของคนไทยและคนจีน ว่ากันว่าบริเวณทางสามแพร่ง หรือทางสี่แพร่ง มักจะมีอุบัติเหตุอยู่บ่อยๆ มีคนตายโหงจากอุบัติเหตุเยอะ จึงเป็นแหล่งชุกชุมของผี สัมภเวสีต่างๆ การตายโหงกะทันหันแบบนี้ วิญญาณบางดวงยังไม่รู้ตัวว่าตาย ยังคงใช้ชีวิตทำสิ่งต่างๆ เหมือนคนปกติ หากอยากเจอผี มีความเชื่อกันว่าให้ลองางอาหารไว้ในทางสามแพร่งที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ แล้วเคาะช้อน ส้อม หรือตะเกียบไปเรื่อยๆ เพื่อเรียกมาทานอาหาร ดีไม่ดีจะสังเกตเห็นว่าอาหารบางส่วนหายไปด้วย

วิธีเห็นผีทางสามแพร่ง

เตรียมอาหาร ของคาวหวาน เครื่องดื่ม ไปตั้งไว้บนทางสามแพร่งเวลากลางคืน จากนั้นตั้งสมาธิเรียกสัมภเวสีให้มารับทาน ที่เราเตรียมทำทานไปให้ ก็คืออาหารที่นำมานี่แหละ จากนั้นก็เคาะจานชามกับข้าว เคาะสักพักแล้วหยุด เดินออกมาจากตรงนั้น ยืนรอใกล้ๆ สักพัก แล้วลองกลับไปดูว่ามีอาหารลดลงไปหรือหายไปหรือเปล่า

ปิดไฟหวีผมหน้ากระจก

ส่วนวิธีสุดท้ายนี้ค่อนข้างวัดใจอีกเช่นกัน เป็นวิธีการเห็นผีที่คนไทยเชื่อกันมาแต่โบราณ ว่ากันว่ากระจกเป็นสื่อนำระหว่างโลกคนเป็นและโลกคนตาย การใช้กระจกเงามาส่องในช่วงเวลาที่เหมาะสม จึงอาจทำให้คุณสามารถสัมผัสกับสิ่งลี้ลับได้ มีเรื่องเล่าที่เคยฟังมาจากเพื่อน เพื่อนเล่าว่าแม้จะไม่ได้หวีผมตอนกลางคืนหน้ากระจก แต่เมื่อผีต่อติดกับจิตเรา เขาก็จะมาให้เห็นในกระจกอยู่ดี อย่างเช่นครั้งหนึ่งเพื่อนไปพักที่โรงแรมต่างจังหวัด เป็นโรงแรม 2-3 ดาว สภาพยังดี แต่บรรยากาศอึมครึมชวนอึดอัด แต่ก็พยายามไม่คิดอะไรเพราะราคาถูกมาก เพื่อนจึงเช็กอินและเข้าไปพัก แต่กลางดึกเข้าไปอาบน้ำก่อนจะนอน ระหว่างที่แปรงฟันอยู่ก็มองกระจกไปด้วยก็เห็นเงาแวบๆ ผ่านข้างหลังไป พอหันหลังไปมองก็ไม่มีอะไร เป็นอย่างนี้เกือบทุกครั้งที่มองกระจก บวกกับมีเสียงแปลกๆ แทบจะตลอดเวลา ทำให้นอนไม่ได้จนต้องลงไปนอนที่ล็อบบี้ สุดท้ายสอบถามคนแถวนั้นพบว่าโรงแรมนี้เคยมีเหตุฆ่ากันตายอยู่หลายห้อง ไม่ค่อยมีคนอยากมาพัก ทางโรงแรมจึงลดราคาห้องพักให้ถูกลงเพื่อเรียกลูกค้า

วิธีเห็นผีหน้ากระจก

ต้องทำคนเดียวเวลาเที่ยงคืน ถ้าจะให้ดีต้องเลือกวันโกน (ก่อนวันพระ 1 วัน) เพราะเชื่อว่าเป็นวันที่ผีสามารถออกมาขอส่วนบุญได้ จากนั้นปิดไฟให้หมดทุกดวง จุดเทียน 1 เล่ม ไปวางตั้งไว้หน้ากระจกเงา จากนั้นเริ่มหวีผมตัวเองไปเรื่อยๆ สายตาจ้องมองเข้าไปในกระจก หวีไปก็ให้นับไปจนถึง 100 ครั้ง เชื่อกันว่าจะมีเงาอื่นที่ไม่ใช่เรา โผล่มาให้เห็นในกระจก!

คนเห็นผี

อ่านเรื่องต่อไป: แม่นากพระโขนง

แทงบอล

บาคาร่า

PG SLOT