พฤษภาคม 11, 2021

payoncebiz.com

แหล่งรวมเนื้อหาสาระ และ ความบันเทิง

กินเนื้อคน

กินเนื้อคน

กินเนื้อคน

กินเนื้อคน

กินเนื้อคน การกินเนื้อคน.. เป็นหนึ่งในอาชญากรรมขั้นรุนแรงที่สุดของสังคมมนุษย์ ทันทีที่หยิบเนื้อคนเข้าปาก เคี้ยวและกลืนลงไป ในตอนนั้นเองคนนั้นก็จะเปลี่ยนฐานะของตัวเองให้กลายเป็นสัตว์ร้ายที่น่าสะพรึงกลัว แต่.. จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าในหัวของคนเหล่านั้นคิดอะไรอยู่!? ทำไมถึงต้องกิน!? และรสชาติของเนื้อคนนั้นเป็นอย่างไร!? ลองมาติดตามประวัติศาสตร์สุดสยองจากปากของเหล่ามนุษย์ที่กินเนื้อคนจากบทความชิ้นนี้กันได้เลย

กินเนื้อคน

การกินเนื้อมนุษย์ด้วยกันเองมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 8 แสนปี

มีหลายหลักฐานที่ชี้ให้เห็นถึงความเป็นจริงอันน่าสยดสยองว่า บรรพบุรุษของเรามีแนวโน้มที่จะกินมนุษย์ด้วยกันเอง ย้อนกลับไปได้มากกว่า 8 แสนปี ด้วยเหตุผลจากการขาดแคลนอาหาร หลายคนอาจไม่เคยทราบมาก่อนว่าจริงแล้ว ผู้ใหญ่โดยเฉลี่ยสามารถถูกนำมาใช้เป็นอาหารได้มากถึง 30 กก. รวมไขมัน กล้ามเนื้อและอวัยวะภายใน

รสชาติของเนื้อคนคล้ายหมู หรือเนื้อลูกวัว

กินเนื้อคน

มนุษย์กินคนในประวัติศาสตร์ให้ความเห็นที่คล้ายกันว่าเนื้อของมนุษย์มีรสชาติที่คล้ายกับหมู หรือเนื้อลูกวัวมาก เช่น Armin Meiwes มนุษย์กินคนชื่อก้องโลกชาวเยอรมันที่กินเนื้อคนมามากกว่า 20 กก. ได้ให้สัมภาษณ์จากหลังลูกกรงว่ามันเหมือนกับเนื้อหมู ที่มีรสเข้มกว่า แต่ขมกว่า ในขณะที่ Issei Sagawa ที่ฆ่าสาวเพื่อนร่วมห้องเรียน ให้ความเห็นว่าเนื้อมนุษย์ไม่มีกลิ่นฉุน และมนุษย์กินคนชาวโพลีนีเซยนยืนยันว่ามีรสชาติเหมือนหมูมากจนถึงขนาดที่เรียกว่า “หมูตัวยาว” ส่วนเนื้อของเด็กกลับมีรสชาติคล้ายกับปลาแซลมอน

วิธีการปรุงอาหารส่งผลต่อรสชาติของเนื้อมนุษย์

มนุษย์กินคนที่ทำการปรุงเนื้อดิบก่อนทาน ค้นพบว่าความจริงที่น่าสยดสยองว่าวิธีการปรุงอาหารส่งผลต่อรสชาติของเนื้อ โดยวิธีการเตรียมอาหารจากเนื้อมนุษย์ที่เหล่าคนวิปริตเหล่านี้นิยมใช้กันมากที่สุดคือ การคั่วและตุ๋นด้วยพริกขี้หนู กับเครื่องเทศ เพื่อให้เนื้อนุ่ม มีรสชาติที่ดีมากยิ่งขึ้น

เนื้อมนุษย์นำมาซึ่งโรคประหลาดที่เรียกว่า “คุรุ” (Kuru)

มันเป็นโรคอาการร่างกายเสื่อมสภาพที่ไม่สามารถรักษาให้หาย จนกระทั่งในท้ายที่สุดมันก็จะมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เช่นกัน โดยมีอาการที่คล้ายกับโรควัวบ้า โรคคุรุปรากฏตัวให้เห็นครั้งแรกในช่วงทศวรรษที่ 50 ในประเทศปาปัวนิวกินี ในกลุ่มสมาชิกเผ่าฟอร์ที่กินเนื้อคนเป็นอาหาร เมื่ออาการของโรคปรากฏขึ้น ผู้ป่วยก็จะเริ่มหัวเราะ ตีโพยตีพาย พูดไม่ชัด ในที่สุดก็จะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ กลืนอาหารไม่ได้ ส่วนใหญ่เชื้อนี้จะใช้เวลาฟักตัวประมาณ 10-13 ปี ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเสียชีวิตหลังจากที่แสดงอาการของโรคราว 1 ปี

นักวิทยาศาตร์ได้ค้นพบว่าชาวฟอร์จำนวนมากมักเป็นโรคที่ชื่อว่ากูรู (Kuru) โดยจะมีอาการทางระบบประสาทที่ทำให้เดินไม่ได้และจะตายในที่สุดสาเหตุของโรคก็เกิดจากสารโปรตีนชนิดหนึ่งที่ชื่อ ไพรออน (prion) ซึ่งเป็นสารกลุ่มเดียวกับเชื้อวัวบ้าแต่สารตัวนี้มักอยู่ในเนื้อมนุษย์ และนั่นเป็นสาเหตุให้ยังมีชาวฟอร์เป็นโรคนี้เพราะน่าจะเป็นชนกลุ่มเดียวที่เหลือบนโลกนี้ที่ยังกินเนื้อมนุษย์#Prion เป็นเพียงโปรตีนที่ยังไม่เป็นสิ่งมีชีวิตด้วยซ้ำไปแต่สามารถก่อโรคได้คล้ายๆกับเชื้อไวรัสและทนความร้อนครับ นั่นหมายถึงแม้ว่าจะเอาอาหารที่มี prion ไปผ่านความร้อนก็ไมได้ทำลายสาร prion นี้ครับด้วยเหตุนี้เมื่อพบเชื้อวัวบ้าก็เลยต้องฆ่าวัวทั้งหมดและทำลายทิ้งเพราะกินไม่ได้

รูปแบบของการกินเนื้อคน

การกินเนื้อคนส่วนใหญ่สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท ดังต่อไปนี้

Endocannibalism การกินเนื้อมนุษย์เพื่อความใกล้ชิด

เป็นพิธีกรรมการกินเนื้อของสมาชิกในเผ่าหรือครอบครัวที่เสียชีวิต การกระทำนี้เป็นการแสดงความเคารพต่อผู้ตาย เช่น เผ่าฟอร์ที่ทำการกินเนื้อและสมองของคนตาย เพราะเชื่อว่าการทำเช่นนั้นจะช่วยให้วิญญาณของผู้ตายยังคงอยู่ใกล้กับครอบครัว

Exocannibalism การกินเนื้อมนุษย์เพื่อขโมยพลัง

การกินเนื้อมนุษย์ของบุคคลภายนอกหรือศัตรูเพื่อขโมยพลังชีวิตของพวกเขา หรือเพื่อทำการข่มขู่ศัตรูที่หลงเหลืออยู่ให้เกิดความหวาดกลัว นักรบในทวีปแอฟริกาหลายเผ่าเชื่อเรื่องนี้อย่างมาก พวกเขาเชื่อว่าเนื้อของมนุษย์จะช่วยให้อยู่ยงคงกระพัน

การกินเนื้อคนเพื่อเอาชีวิตรอด

มนุษย์สามารถที่จะกินเนื้อของพวกเดียวกันได้ถ้าหากมีความหิวโหยที่มากเพียงพอ เหตุการณ์นี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีความอดอยากแบบสุดขีด จนผลักดันให้สัญชาตญาณในการเอาชีวิตรอดปรากฏออกมาให้เห็น จนสามารถปิดกั้นความรู้สึกน่ารังเกียจในการกินเนื้อคนเอาไว้ได้

เหตุการณ์กินเนื้อคนเพื่อเอาชีวิตรอดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดเกิดขึ้น ณ เทือกเขาแอนดีส ในปี 1972 เมื่อเครื่องบินเกิดตกลงไปในหุบเขาที่หนาวเหน็บ ทำให้ผู้โดยสารที่รอดชีวิตต้องกินซากศพของคนที่ตายเพื่อเอาชีวิตรอดรอคอยความช่วยเหลือนานถึง 2 เดือน โดยไม่มีอาหารอื่น

การกินเนื้อคนจากอาการเจ็บป่วยทางจิต

การกินเนื้อคนนอกเหนือจากเหตุผลทั้งสามข้อในข้างต้น เกิดขึ้นจากการเจ็บป่วยทางจิต ส่วนใหญ่มักเป็นจิตเภทที่ทำให้เกิดภาพหลอนและภาพลวงตา ผู้ก่อเหตุจะเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำ แต่ขาดความรู้สึกอยากยับยั้งชั่งใจ ไม่ใส่ใจต่อความรู้สึกผิด นอกจากนี้เมื่อทำการกินเนื้อคนเป็นจำนวนมากอาจทำให้เกิดอาการเสพติด สมองจะหลั่งสารเคมีโดพามีนออกมาทำให้รู้สึกดีราวกับกำลังเสพยาเสพติด น่าเศร้าที่ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาอย่างได้ผลจากการเสพติดเนื้อคน

ยุโรปยุคกลางการกินคนคือ “โอสถ”

ชาวยุโรปประนามการกินเนื้อคนคือความป่าเถื่อน แต่หากย้อนกลับไปในยุคกลาง ชาวยุโรปไม่ได้มีความรังเกียจในการกินเนื้อคน พวกเขากินเพราะเชื่อวามันเป็นยารักษาโรคอย่างได้ผล ตั้งแต่อาการปวดหัว ไปจนถึงเกาต์ จากตัวยาที่ถูกปรุงขึ้นมาจากส่วนผสมร่างกายของมนุษย์ โดยเฉพาะเลือดที่ช่วยรักษาโรคลมชัก ในช่วงเวลานี้คนที่เป็นโรคลมชักจะจ่ายเงินให้กับเพชรฆาตให้นำชามไปรองเลือกนักโทษประหารมาให้ดื่มกิน โดยเรียกขานกันว่า “ชามแดง”

            หนึ่งในตัวยาที่ได้รับความสนใจกันมากที่สุดคือ ชิ้นส่วนซากศพของมัมมี่จากอียิปต์ แต่เนื่องจากจำนวนของมัมมี่มีจำกัด พวกเขาจึงได้เริ่มที่จะทำการแปรรูปเนื้อของคนที่เพิ่งเสียชีวิตด้วยเกลือ สมุนไพร เหมือนกับการทำแฮม ร่างของทหารหนุ่มได้รับความนิยมมาก ในขณะที่ร่างของชายและหญิงพรหมจารีย์จะยิ่งทรงคุณค่ามากกว่า แต่.. ที่ราคาสูงที่สุดคืออวัยวะเพศของผู้ชายที่ถูกแขวนคอ ที่มักแข็งตัวเองจากเลือดที่ไม่มีที่เนื่องจากหลอดเลือดบริเวณลำคอถูกเชือกรัดเอาไว้ การแข็งตัวดังกล่าวเป็นการแสดงให้ถึงความแข็งแกร่งของเพศชาย ด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้มันมีราคาที่แพงอย่างไม่น่าเชื่อ

“มาบุกดินแดนมนุษย์กินคนที่ประเทศปาปัวนิวกินี (Papau New Guinea)”

โดยคำนี้ชาวสเปนได้เอาชื่อมาจากชาวคาริบ (Carib) ซึ่งเป็นชาวเผ่าอเมริกันพื้นเมืองที่มีความเชื่อเรื่องการกินเนื้อคนที่เป็นศัตรูในสงคราม และเมื่อรบชนะในสงครามพวกเขาจะกินเนื้อของศัตรูเพื่อแสดงให้เห็นถึงชัยชนะ

กินเนื้อคน

จริงๆ แล้วในวัฒนธรรมของหลายชนชาติในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นจีน อียิปต์ ยุโรปโบราณ อเมริกันพื้นเมือง รวมถึงชาวปาปัวนิวกินีบางเผ่าล้วนมีหลักฐานว่าความเชื่อเรื่องการกินเนื้อคนมานานแล้ว
และส่วนใหญ่เกิดจากความเชื่อสองอย่างหลักๆ ก็คือ

เชื่อว่ากินญาติหรือบรรพบุรุษที่ตายแล้วเป็นการไว้ทุกข์แบบหนึ่งหรือในบางวัฒนธรรมก็จะเชื่อว่าวิญญาณของบรรพบุรุษจะอยู่กับลูกหลานและช่วยนำทางในการดำรงชีวิต เชื่อว่าการกินศัตรูที่ตายแล้วหลังสงครามสิ้นสุดก็จะช่วยสร้างขวัญกำลังใจให้ทหารที่สู่รบชนะและเป็นการแสดงให้เห็นถึงชัยชนะ

การมาปาปัวนิวกินีครั้งนี่ก็เลยทำให้ผมนึกถึงเผ่ามนุษย์กินคนที่ยังสืบทอดกันมาถึงปัจจุบันถึงจะมีน้อยมากๆแล้วก็ตาม
ชาวฟอร์ (Fore) ซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองที่ยังกินเนื้อคนอยู่ โดยพวกเขาจะกินเนื้อบรรพบุรุษที่ตายแล้วเพราะเชื่อว่าวิญญาณของบรรพบุรุษจะอยู่ในร่างและช่วยนำทางชีวิต แต่ปรากฏว่าการกินเนื้อมนุษย์ทำให้เกิดโรคบางอย่างที่ทำให้ประเพณีนี้ได้เริ่มจะหายไปแล้ว ตอนนี้เลย ผมกำลังอยู่ที่ Mount Hagen ในประเทศปาปัวนิวกินีซึ่งวันนี้ผมก็ได้มีโอกาสได้ไปเจอคนเผ่าพื้นเมืองแถวนี้และรู้สึกประทับใจมาก ๆ
การแสดงและการเเต่งตัวของชนเผ่าพื้นเมืองมันช่างสวยงามและสนุกครับ นอกจากนั้นผู้คนที่นนี่เป็นมิตรมากด้วยครับ ดีเกินคาด!!!

แต่เมื่อถามถึงประเพณีการกินเนื้อคนก็ปรากฎว่าชนเผ่าส่วนใหญ่ไม่ได้กินครับและมีบางเผ่าเท่านั้นที่กินเช่นเผ่าฟอร์ (Fore) ที่พูดถึงไปแล้ว และทุกคนก็พูดคล้ายกันว่ากินเนื้อมนุษย์แล้วจะเป็นโรคคุรุ

ข่าวของมนุษย์กินคน คุณพระช่วย! แม่ชาวจีนกินลูกที่เพิ่งคลอดของตัวเอง

ลี่ เจิ้งหัว หญิงสาวชาวจีนวัย 24 ปี ถูกกล่าวหาว่าเป็นมนุษย์กินคน หลังพยาบาลในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของจีน เห็นนางลี่กำลังพยายามกัดกินส่วนแขนของทารก ซึ่งเป็นลูกที่หล่อนเพิ่งให้กำเนิดออกมาเอง

โดยนางพยาบาลเล่าว่า เธอเห็นนางลี่ฝังเขี้ยวลงบนส่วนมือและแขนของทารก จนเลือดสดๆ ไหลอาบแขนของเด็ก เธอจึงกดออดฉุกเฉินและพยายามยื้อแย่งเด็กจากมือของนางลี่ แต่หล่อนยังกัดแขนเด็กไม่ยอมปล่อยจนแพทย์ต้องเข้ามาช่วย โดยใช้สิ่งของใกล้มือมางัดปากของนางลี่ไม่ให้กัดทารกลึกไปกว่านี้

“มันเป็นเหตุการณ์ที่สุดช็อกจริงๆ แขนของเด็กได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่ใช่แค่รอยช้ำแต่มันเป็นบาดแผลลึกจากรอยกัด หมอต้องเอาอะไรมาง้างปากของหล่อนออก ก่อนให้ยากล่อมประสาทและส่งเด็กไปรักษาในที่ที่ปลอดภัยแล้ว” โฆษกของโรงพยาบาล กล่าว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาสืบสวนเรื่องราวดังกล่าว และเจ้าหน้าที่ของทางโรงพยาบาลก็พยายามตรวจอาการของนางลี่ว่ามีอาการทางโรคจิตประสาทหรือไม่ ก่อนตัดสินใจว่าจะส่งเด็กกลับให้แม่เด็กหรือไม่

อ่านเรื่องอื่นต่อไป : การละเล่นอาถรรพ์

แทงบอล
บาคาร่า
PG SLOT